เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้วิกฤตโควิด ดังนี้ 1.การควบคุมโรคระบาดต้องควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2.เปิดวัคซีนเสรี อนุญาตให้เอกชนที่มีศักยภาพ นำเข้าวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกรับรองได้ทันที โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้

แก้โควิด – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยส.ส.พรรค ร่วมกันแถลง แนะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 7 ข้อ สกัดการระบาดของโควิด-19 ที่อาคารรัฐสภา
3.เร่งจัดหาวัคซีนชนิด mRNA ได้แก่ ไฟเซอร์และ โมเดอร์นา มาเพิ่มเติมให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อสูง และสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ๆ ได้ดี 4.รัฐบาลต้องปรับระบบการบริหารจัดการของรัฐร่วมกับภาคเอกชนและอาสาสมัครให้ยืดหยุ่นคล่องตัว 5.จัดเพิ่มเตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่สำคัญ การบริหารบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยหนักที่เพิ่มอย่างรวดเร็วทันการณ์
6.เร่งจัดหา rapid self test ตรวจหาเชื้อให้เป็นไปได้ง่าย ประชาชนทำได้ด้วยตัวเอง และอ่านผลรวดเร็ว เพื่อสืบค้นผู้สงสัยติดเชื้อได้เร็วและทั่วถึง 7.รัฐบาลต้อง ปรับเปลี่ยนการสื่อสารกับประชาชน ต้องตรงไปตรงมา เพื่อฟื้นความน่าเชื่อถือของภาครัฐ ทั้งนี้ พท.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดใช้การเมืองมานำการแพทย์ หยุดเปิด ช่องทางแสวงหาประโยชน์บนความเป็นความตายของประชาชน
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากรัฐบาลไม่จริงใจแก้วิกฤตโควิด-19 สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ คือต้องตรวจเชิงรุกให้มากกว่านี้ จัดหาวัคซีนให้เยอะกว่านี้ ซึ่งการจัดซื้อวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดสตามเป้าที่รัฐบาลวางไว้ ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สามารถเจรจายกหูหาซีอีโอบริษัทผลิตวัคซีนต่างๆ ได้ด้วยตนเอง เพื่อสอบถามว่ามีวัคซีนเหลืออยู่เท่าไรที่จัดส่งได้ปีนี้ จะได้เดือนไหนบ้าง และราคาเท่าไร ถ้าเงื่อนไขนี้ทำได้ก็จับมือกันได้เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องภาวะผู้นำ และตนหาตรรกะไม่เจอว่าทำไมนายกฯ ไม่ทำแบบนี้