เพื่อไทยอัดรัฐบาลเลี้ยงไข้โควิด – เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงภาคเอกชนเสนอให้ต้องการให้ตัดเงินเดือนส.ส.และส.ว. คนละ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำมาจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า การสละเงินเดือนเพื่อให้ประชาชนนั้นตนไม่ติดขัด แต่อยากให้มองอีกจุดหนึ่งว่างบที่จะนำมาจัดซื้อวัคซีนให้เพียงพอ อยู่ที่การบริหารของรัฐบาล โดยรัฐบาลจะต้องไปประหยัดงบส่วนอื่นที่ไม่จำเป็น นำมาปรับใช้บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

“รัฐบาลจึงควรพิจารณาประหยัดงบส่วนอื่น เช่น งบกองทัพในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เมื่อประหยัดงบดังกล่าวได้แล้วและขอให้ ส.ส. และส.ว.มาร่วมบริจาคเงินเดือนเพื่อสมทบแนวคิดดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารท่ามกลางสถานการณ์โควิด และเป็นวิธีที่จะแก้ปัญหาได้” นายสุทินกล่าว

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่ติดใจ และควรตัดเงิน ครม.ไปซื้อวิตามินบีและเบตาแคโรทีน เพื่อให้ผู้นำประเทศและครม. มีปัญญาเป็นเลิศในการแก้ไขที่เป็นผลสำเร็จมากกว่าที่จะแก้ไขปัญหาแบบเช้าบอกอย่าง เย็นบอกอย่าง จึงควรจะตัดเงินเดือนนายกฯ และครม.คนละ 50 เปอร์เซ็นต์ และข้าราชการตั้งแต่ปลัดกระทรวง รองปลัด อธิบดี รองอธิบดีและ ส.ว. 250 คน จะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะต้องรับผิดชอบร่วมกันในฐานะผู้บริหารประเทศ แต่ตนคิดว่าเงินไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือ คนบริหาร ควรมีปัญญาแก้ไขอย่างนักบริหารที่ดีมีเหตุผล รู้จักกาละ และวางระบบอย่างเป็นขั้นตอน นำประชาชนและประเทศชาติรอดตายได้อย่างไรมากกว่า

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาโควิดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ต่างจากปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ เกือบ 20 ปี กองทัพก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ จนหลายฝ่ายประเมินว่า กองทัพเลือกเลี้ยงไข้เพื่อประโยชน์ของงบจำนวนมหาศาลที่ตรวจสอบไม่ได้ เช่นเดียวกับการแก้ปัญหา โควิด ที่ตรวจสอบการใช้งบยากมาก จึงอยากถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่าต้องการเลี้ยงไข้โควิด-19 เพื่อสืบทอดอำนาจของตัวเองใช่หรือไม่ หรือมีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง หากไม่ใช่เหตุผลที่กล่าวมา อาจจะมาจากเสียงสะท้อนของประชาชนที่ว่า ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด เป็นความจริงที่ส่งผลร้ายกับคนไทยทั้งประเทศ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ว่า 4 จังหวัดมีพื้นที่ติดชายแดน ทำให้มีคนเดินทางเข้า-ออก เสี่ยงที่จะมีผู้ติดเชื้อเข้ามา จึงเห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาลที่ต้องจำกัดพื้นที่เหล่านี้ก่อน เพื่อไม่ให้ขยายในวงกว้าง แต่เมื่อรัฐบาลมีมาตรการออกมาแน่นอนว่าชาวบ้านย่อมได้รับผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ รวมถึงยังขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 จึงอยากให้รัฐบาลช่วยดูแล เยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วนและเต็มที่ แม้ผู้ว่าฯ ในพื้นที่ 4 จังหวัดจะทำงานเต็มที่แล้ว แต่ยังขาดงบที่จะ ช่วยเหลือ เพราะการระบาดรอบนี้หนักและยาวนาน

“การบริหารจัดการของรัฐบาลแย่มาก ประมาทเกินไป โดยเฉพาะวัคซีนล่าช้ามาก ทั้งที่อย่างน้อยตอนนี้ควรฉีดได้ 30 ล้านคน แต่เพิ่งฉีดได้ 10 ล้านคน ตัวเองบริหารไม่เป็นอย่าโทษคนอื่น เพราะตัวเองเตรียมการไม่พร้อมเอง” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน