กระแสไม่พอใจรัฐบาลเคืองไปถึงคนร่วมปูทาง – กระแสความไม่พึงพอใจในรัฐบาลที่แผ่กว้างไปทั่ว ด้วยปัญหาการจัดหาวัคซีนล่าช้า ไม่เพียงพอ และ ไม่น่าเชื่อถือด้านคุณภาพ ไปจนถึงมาตรการล็อกกิจการ ร้านค้าต่างๆ ที่ทำอย่างไม่เป็นระบบ มาตรการส่วนใหญ่ไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบ

โดยรวมคือ ผู้คนอยู่กับความหวาดผวาโรคระบาด อยู่อย่างอดอยากมากด้วยหนี้สิน ไม่เห็นอนาคตทางเศรษฐกิจ

แล้วมาเจอกับปรากฏการณ์ ชู 2 นิ้ว นะจ๊ะๆ

กองเพลิงจึงลุกโชน

แต่เมื่อโควิดทำให้การประท้วงรัฐบาลด้วยการชุมนุม ยังไม่สามารถทำได้ ยังรวมตัวแสดงออกทางการเมืองยัง ไม่ได้

การระบายออกผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ จึง ร้อนแรงอย่างมาก!

ไม่เท่านั้น ความเคลื่อนไหวในโลกโซเชี่ยลวันนี้ จึงไม่เพียงต่อต้านรัฐบาลอย่างหนักหน่วง

แต่ยังขุดย้อนไปถึงการเข้ามาสู่อำนาจของรัฐบาลนี้

การถามหาความรับผิดชอบของกลุ่มคนที่ทำทุกอย่างให้เกิดรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 จึงเป็นไปอย่างรุนแรงยิ่ง

ใครที่วางแผนและเข้าร่วมทำให้การเมืองเข้าสู่ ทางตัน เพื่อปูทางให้ทหารเข้ามาปกครองประเทศใน วันนั้น กำลังตกเป็นจำเลยของประชาชน!!

กำลังโดนทวงถามความรับผิดชอบกับความพังพินาศที่เกิดขึ้นต่อชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยในโรคระบาด และการไร้อนาคตในการฟื้นฟูเศรษฐกิจกลับคืนมา

ทั้งมีกระบวนการรักษาอำนาจผูกขาดอำนาจ จนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ตามวิถีการเมืองปกติ ยิ่งทำให้ประชาชนไม่เห็นแสงสว่างข้างหน้าแม้แต่น้อย!!

หลังการโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกว่า 10 ร่าง ของเหล่าวุฒิฯ เพื่อรักษาอำนาจในการโหวตนายกฯ ของ 250 ส.ว.ที่อยู่เหนือเสียงประชาชนหลายล้าน

ความรู้สึกของชาวบ้านร้านตลาด เกษตรกรตามท้องไร่ ท้องนา ยันผู้ประกอบกิจการค้าใหญ่น้อย

ก็คือสิ้นหวัง เมื่อรัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้ การเมืองก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน จะต้องอยู่กับรัฐบาลกึ่งทหารต่อไปอีก 2 ปีนี้ และอีก 4 ปีข้างหน้า!

เป็นการเมืองที่ผูกขาดปิดกั้น ไม่ให้คนรุ่นใหม่ๆ นักคิด นักบริหาร คนวิสัยทัศน์กว้างไกลเข้ามาร่วมแก้ปัญหา

เราก็จะได้เห็นการจัดซื้อเรือดำน้ำ ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ต่อไป

ทั้งที่ขาดแคลนวัคซีน ระบบสาธารณสุขที่เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า และไม่มีไอเดีย ไม่มีแผนการพร้อมงบประมาณในการปลุกเศรษฐกิจ

นี่จึงเป็นข้อเสียของรัฐบาล ที่มีกลุ่มอำนาจหนุนหลังพร้อมทุกด้าน ทั้งกองทัพยันทุกกลไกทุกกระบวนการ

แต่ไม่เชื่อมโยงประชาชนและมองไม่เห็นปัญหาที่แท้จริงของประชาชน

กระแสความไม่พึงพอใจจากประชาชนจึงยิ่งรุนแรงต่อรัฐบาลและโยงไปถึงกลุ่มคนที่ร่วมกวักมือปูทาง

ห่วงว่า ถ้าไม่มีอะไรผ่อนคลายก็จะไปถึงจุดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน