คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
บทบาท โดดเด่น – การเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกลที่นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น่าจับตา
น่าจับตาไม่เพียงแต่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จะออกมาเกาะติดจังหวะก้าวทางเศรษฐกิจ หากแต่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็กวดตาม“วัคซีน”อย่างชนิดก้าวต่อก้าว
ยิ่งบทบาทของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยิ่งมากด้วยความแหลมคม
เป็นความแหลมคมที่มิได้จำกัดกรอบและขอบเขตอยู่เพียงในพื้นที่ของการเกษตรก้าวหน้า การเกษตร ทันสมัย หากแต่ได้เข้าไปในปริมณฑลของการบริหารที่กว้างมากยิ่งขึ้น
กว้างเข้าไปในบทบาทเป็นเสมือนกับว่าที่ “นายกรัฐมนตรี”
ถามว่าบทบาทในการทะลวงเข้าไปยัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เริ่มเมื่อใด
เริ่มตั้งแต่อภิปราย “สรุป” ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกลในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ
พลันที่เอ่ยคำว่า “หมดเวลา” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมา
นั่นหมายความว่าไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ทะยานเข้าไปอยู่ในระนาบเดียวกันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วอย่างเป็นรูปธรรม
นี่คือการแสดงตัวว่าพร้อมจะเป็น“รัฐบาล” เป็น “นายกรัฐมนตรี”
นับจากจบญัตติอภิปรายทั่วไปเป็นต้นมาบทบาทของพรรคก้าวไกลก็ยกระดับขึ้น
เป็นการยกระดับพร้อมกับแสดงความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่เมื่อใดที่มีการยุบสภา
ความพร้อมนี้ไม่ธรรมดาหากพร้อมทั้ง 350 เขต
จากนั้นทุกการอภิปราย ทุกการปล่อยไลฟ์สด นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็สะท้อนบทบาทว่าหากเป็น “นายกรัฐมนตรี” พรรคก้าวไกลจะแก้ปัญหา ณ เบื้องหน้าอย่างไร
ประกบประเด็นต่อประเด็น วาระต่อวาระ
ความเด่นของพรรคก้าวไกลเช่นนี้ ยืนยันอะไรในทางการเมืองให้ได้รับรู้
ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลมิได้เป็นพรรคเฉพาะกิจ ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลมีทิศทางและแนวทางอันเป็นของตนเองที่ต่อเนื่องมาจากพรรคอนาคตใหม่อย่าง มั่นแน่ว
มั่นแน่วภายใต้การนำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค