หยุดซับซ้อน – นายแพทย์ที่ปรึกษาศบค. ระบุถึงวัคซีน mRNA ยี่ห้อไฟเซอร์ ที่สหรัฐอเมริกาบริจาคให้ 1.5 ล้านโดส โดยที่ประชุมมีมติให้นำไปฉีดบุคลากรทางการแพทย์ ตามกระแสเรียกร้องอย่างหนักจากกลุ่มแพทย์
เมื่อฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มครบเป็นเวลา 3-4 เดือนแล้ว ควรฉีดเข็มที่ 3 ด้วยวัคซีนจากสหรัฐ เหมือนเป็นการบูสเตอร์ หรือกระตุ้นให้ภูมิต้านทานมากยิ่งขึ้น เพื่อรับมือต่อโควิดกลายพันธุ์เดลตา
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขตอบชี้แจงกรณีเอกสารการประชุม เกี่ยวกับวัคซีนล็อตที่สหรัฐส่งมาช่วยเหลือ เนื่องจากวัคซีนที่มีอยู่รับมือโรคไม่ได้
คำถามคือถ้าไม่เพราะต้องชี้แจงการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว สังคมจะรู้หรือไม่ว่ามีวัคซีนคุณภาพจากสหรัฐส่ง มาแล้ว
อีกกรณีโรงพยาบาลเอกชนออกมาทวงถาม ทำไมรัฐบาลยังยืดเยื้อวัคซีนทางเลือก ทั้งที่ภาคเอกชนมีแผนสั่งซื้อ 50 ล้านโดส ตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว และนำมาฉีดให้ประชาชนได้ในเดือนก.พ.2564
แต่ติดเงื่อนไขรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่าต้องซื้อแบบรัฐต่อรัฐ ซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม ทำให้เอกชนไม่สามารถซื้อได้ ขณะที่รัฐบาลเองยังคงเมินเฉย ไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร โดยเฉพาะสัญญาจัดซื้อไม่มีความคืบหน้า
ขณะเดียวกัน สำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงไม่เคยมีหน่วยงานใด หรือองค์กรใดส่งร่างสัญญาจัดซื้อวัคซีนสหรัฐมาให้พิจารณาตรวจร่าง ต่อมาร่างสัญญาซื้อก็เร่งส่งถึงมืออัยการ จนกระทั่งที่ประชุมครม.เมื่อ 6 ก.ค. อนุมัติให้จัดซื้อทั้ง 2 ยี่ห้อจากสหรัฐ
แม้ในที่สุดอนุมัติ แต่ก็ได้มาจากการร้องขอ ทวงถาม กดดัน และจำนนต่อสถานการณ์ใช่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอถึงไตรมาส 4 หรือเดือนต.ค.เป็นต้นไป กว่าประชาชนจะได้เข้าถึงวัคซีนคุณภาพ ท่ามกลางการฉีดวัคซีนที่กระท่อนกระแท่น ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และสกัดยับยั้งโรค
สถาบันวัคซีนแห่งชาติระบุว่า บริษัทผู้ผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนเก้ ผลิตป้อนให้ไทยได้แค่เดือนละ 5-6 ล้านโดส จากที่รัฐบาลเคยประกาศเดือนละ 10 ล้านโดส จึงผิดพลาดไปมากจากที่ประเมินไว้
ทั้งยังอ้างถึงความจำเป็นต้องสั่งวัคซีนจากจีนเพิ่ม ที่ขณะนี้พิสูจน์แล้วในแง่คุณภาพ อีกทั้งราคายังสูงกว่าที่ควรจะเป็น เอื้อประโยชน์เครือข่ายนายทุนรายใดเป็นพิเศษหรือไม่
ยังต้องย้ำอีกครั้งสถานการณ์วัคซีนวันนี้ เมื่อไหร่รัฐบาลจะหยุดซับซ้อนและซ่อนเร้นได้แล้ว