ซื้อซิโนแวคมาอีกทำไม? – คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์ในเบื้องต้น 20 ล้านโดส โดยมอบให้อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้ลงนามในสัญญา
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการทำสัญญาจัดซื้อวัคซีนโควิดโมเดอร์นา กับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ด้วย
ขณะเดียวกัน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม 10.9 ล้านโดสของซิโนแวค ในกรอบวงเงิน 6,111.412 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณจากวงเงินกู้
มติสองข้อข้างต้น น่าจะมาจากแรงกดดันของภาคประชาชน แพทย์และบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ที่เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนคุณภาพสูงมาฉีดให้ประชาชน
แต่ข้อหลัง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นวัคซีนประสิทธิภาพต่ำ ทั่วโลกไม่ยอมรับ แต่ทำไมยังจัดซื้อมาอีก และจะนำไปฉีดให้ใคร
อีกทั้งวงการแพทย์ก็ชี้แล้วว่าไม่สามารถป้องกันเชื้อ โควิด-19 ที่กลายพันธุ์หลายประเภทได้
สำหรับผู้ที่ฉีดซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องฉีดเข็มที่ 3 ซึ่งไม่ใช่ของเดิมเพื่อกระตู้นภูมิอีก
การสั่งซื้อซิโนแวคเข้ามาเพิ่ม ยิ่งทำให้น่าสงสัยว่ารัฐบาลคิดอะไรกับประชาชน
ทำไมให้ใช้ของคุณภาพต่ำ ป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ไม่ได้!
เงินจำนวน 6 พันกว่าล้าน ไม่ใช่น้อยๆ แถมมาจากงบประมาณเงินกู้ที่ผลักให้ประชาชนทั้งประเทศร่วมกันเป็นหนี้อีกต่างหาก
ที่ผ่านมา รัฐบาลบริหารจัดการจัดหาวัคซีนผิดพลาดมาตั้งแต่แรก
เพราะแทงม้าตัวเดียวแท้ๆ เมื่อไม่ได้ก็วิ่งหาซิโนแวค
ในเดือนกรกฎาคมนี้ เป็นอันแน่ชัดแล้วว่าแอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถจัดส่งวัคซีนให้ไทยได้ตามเป้า
จากเดิมที่วางไว้เดือนละ 10 ล้าน ตอนนี้อย่างมากสุด ได้แค่เดือนละ 5-6 ล้านโดสเท่านั้น
ที่ตั้งเป้าว่าปลายปีนี้ คนไทยจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่าง ทั่วถึงอย่างน้อย 50 ล้านคน ไม่น่าจะเข้าเป้าแล้ว
เพราะจนถึงขณะนี้ฉีดได้เพียง 10 ล้านคนเท่านั้น!!
แล้วกลับหาทางออกด้วยการซื้อซิโนแวคมาอีก?
เภรี กุลาธรรม