เริ่มล็อกดาวน์ – แม้คำว่า ล็อกดาวน์ เป็นคำที่รัฐบาลพยายามเลี่ยงมาหลายครั้งในมาตรการรับมือโรค โควิด-19 ระบาด แต่ที่สุดก็ต้องกลับมาใช้ ตั้งแต่ วันที่ 12 ก.ค.นี้
การตัดสินใจครั้งนี้เกริ่นถึงสถานการณ์โรคระบาดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันไปมากแล้ว แต่เจอกับการระบาดของ สายพันธุ์เดลตา
เข้าใจได้ว่ารัฐบาลต้องการเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ประเทศเหล่านั้นและประเทศใกล้เคียงไทยติดเชื้อสูงจนต้องเพิ่มมาตรการ
สถานการณ์ของไทยมาถึงจุดที่ระบบสาธารณสุขเหนื่อยล้า มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยหนักมากขึ้น ใช้เครื่องช่วยหายใจสูงขึ้น และยอด ผู้เสียชีวิตรายวันสูงต่อเนื่อง
ฉะนั้นการลงเอยด้วยวิธีล็อกดาวน์พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ สีแดงเข้ม 10 จังหวัด จึงเป็นการตั้งรับของรัฐบาลอีกครั้ง
มาตรการพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด ได้แก่ ห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็น ห้ามออกนอกบ้านตั้งแต่ 21.00 – 04.00 น. ยกเว้นมีเหตุจำเป็น
มีการกำหนดเวลาเปิดปิดร้านสะดวกซื้อ ตลาดโต้รุ่ง ห้างสรรพสินค้า ธนาคารสถาบันการเงิน สถานที่ฉีดวัคซีน ร้านอาหาร ฯลฯ
ไปจนถึงปิดสถานที่เสี่ยง ปิดสถานศึกษา ห้ามการรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางสังคม
ส่วนมาตรการที่มาควบคู่กันคือการขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตพื้นที่ทั่ว ราชอาณาจักร เป็นครั้งที่ 13 ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. – 30 ก.ย.
การตั้งรับสถานการณ์เหล่านี้ เป็นโจทย์ให้รัฐบาลต้องรู้จักตั้งแผนเชิงรุก สำหรับรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจ
กระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รวมถึงผู้นำรัฐบาล ที่ร้อนแรงขึ้นขณะนี้มาจากความอึดอัดใจของประชาชนที่สะสมมาหลายระยะ
เมื่อรัฐบาลพยายามเปรียบเทียบกับกรณี ต่างประเทศ ถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการต่างๆ ประชาชนที่ติดตามข่าวสารก็เปรียบเทียบการทำงานและผลงานของรัฐบาลต่างประเทศเช่นกัน
ประเทศที่ฉีดวัคซีนประชาชนในสัดส่วนเกินครึ่งแล้วกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มอีกครั้ง หลายประเทศดำเนินมาตรการเชิงรุก ไม่รอให้สถานการณ์ย่ำแย่จนรับมือไม่ได้ หรือมีผลกระทบใหญ่ทางเศรษฐกิจ
ยิ่งทำให้เห็นว่ารัฐบาลไทยแก้ปัญหาอย่างถูกจังหวะแล้วหรือไม่