‘เวิลด์แบงก์’ติงจัดการวัคซีนช้าเกินไป
หวั่นอาจล็อกดาวน์ถึงจบไตรมาส3-ทุบไทยน่วมหนัก

เวิลด์แบงก์หวั่นไทยคุมโควิดไม่อยู่ ลากล็อกดาวน์ถึงจบไตรมาส 3 ทุบเศรษฐกิจยับเหลือ 1.2% ส่วนปีหน้าคาดโต 2.1% ติงไทยจัดการวัคซีนล่าช้าเกินไปต้องเร่งมากกว่านี้ ส่วนปัจจัยหนุนเป็นการส่งออกเนื่องจากตลาดโลกเริ่มฟื้นตัวแล้ว

นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ยืดเยื้อยาวนานเกินกว่าจะควบคุมได้ จนส่งผลให้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดยาวจนไตรมาสที่ 3/2564 ซึ่งถือเป็นกรณีเลวร้ายที่สุด

จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการขยายตัวของตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปีนี้ให้ลดลงเหลือ 1.2% จากปัจจุบันคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 2.2% ขณะที่ปี 2565 การเติบโตจะลดลงเหลือ 2.1% จากปัจจุบันคาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 5.1%

“เวิลด์แบงก์คาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากการระบาดในแต่ละระลอกของโควิด-19 ไว้ ผ่านมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลใช้ควบคุมการแพร่ระบาด ยอมรับว่ามาตรการล็อกดาวน์ในปัจจุบันที่ดำเนินการอยู่ไม่ได้เข้มข้นเท่ารอบแรก ดังนั้นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือการบริโภคชะลอตัวลงบ้าง”

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดประชาชน และครัวเรือนก็จะมีการปรับตัวตามมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศใช้ เช่น การเวิร์ก ฟรอม โฮม เป็นต้น ส่วนการบริโภคที่ชะลอตัวลง แต่ก็ยังขยายตัวได้ โดยปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.4% และปีหน้าที่ 3.9% ถือเป็นการฟื้นตัวอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป

นายเกียรติพงษ์กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยังมีความเสี่ยงและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ๆ รวมถึงสายพันธุ์ที่แรงขึ้น และการกลายพันธุ์ของไวรัส รวมถึงปัจจัยเสี่ยงเรื่องการจัดซื้อและกระจายวัคซีนที่ล่าช้ากว่าคาดการณ์มาก การเร่งจัดซื้อและกระจายวัคซีนจะเป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นตัวกำหนดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยขาดดุลเยอะพอสมควร มีการใช้จ่ายผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน 2 ฉบับ ฉบับแรกวงเงิน 1 ล้านล้านบาท และฉบับที่ 2 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 59% ของจีดีพี และในปี 2565 คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 62.1% ต่อจีดีพี

สำหรับปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ เริ่มมีข่าวดีจากสัญญาณเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งส่งผลทำให้การค้าขายกลับมาสู่ระดับที่ดีขึ้น และภาคการส่งออกของไทยเองจะได้รับอานิสงส์จากการค้าขายและการลงทุนที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น

ปีนี้คาดว่าตัวเลขการส่งออกจะขยายตัวที่ระดับ 7.3% ก่อนจะปรับเพิ่มเป็น 11.9% ในปี 2565 ขณะที่การนำเข้า ปีนี้คาดว่าจะขยายตัว ที่ 10.3% และปีหน้าอยู่ที่ 9.8% ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐ ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ดีที่ระดับ 5% และในปีหน้า ติดลบ 0.7%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน