อุดมพร พลศักดิ์ สาวไทยคนแรกซิวทองอลป.“สู้โว้ย” คือวลีเด็ดติดปากคนไทย มาจากฮีโร่ยกน้ำหนักทีมชาติไทยอย่าง “อร” อุดมพร พลศักดิ์ หญิงแกร่ง

อุดมพรเริ่มเล่นกีฬาด้วยการเป็นนักกรีฑาโรงเรียน แต่จากการที่มีหน่วยก้านเข้าตา จ.ส.ต.สมาน วารี ผู้ฝึกสอนยกน้ำหนักโรงเรียนขณะนั้น จนต้องตามตื๊ออยู่นานก่อนจะได้ดาวรุ่งรายนี้มาเล่นกีฬายกเหล็ก

“อร” เข้าแคมป์ “ดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิกเกมส์” ของสมาคมกีฬา ยกน้ำหนักสมัครเล่นสมัยนั้น รุ่นเดียวกับปวีณา ทองสุก และเป็นนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดในทีม ที่สำคัญทัวร์นาเมนต์แรกที่ลงแข่งขันไม่ธรรมดาเมื่อต้องประเดิมในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ (ปี 1998)

เนื่องจากเป็นตัวความหวัง แต่ด้วยการวางแผนเรียกน้ำหนักผิดพลาด แม้ว่าจะทำน้ำหนักรวมได้เท่ากับศรี อินทริยานา จากอินโดนีเซีย แต่ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าไม่ถึงขีดเป็นเหตุให้สาวไทยได้เพียงอันดับ 4 ชวดเหรียญรางวัลอย่างน่าเสียดาย ในรุ่นน้ำหนัก 48 ก.ก.หญิง ซึ่ง “อร” เสียใจมากจนแทบจะเลิกเล่น

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะ “สู้โว้ย” อีกครั้ง อุดมพรไม่ทำให้แฟนกีฬาชาวไทยต้องผิดหวัง เมื่อเก็บได้ 3 เหรียญเงินในเอเชียนเกมส์ ครั้งถัดมาที่ปูซาน 2002, เหรียญทองชิงแชมป์โลก 2003 และเหรียญทองซีเกมส์ในปีเดียวกัน

กระทั่งโอลิมปิกเกมส์ 2004 ที่กรุงเอเธนส์ กรีซ อุดมพรไปแข่งในฐานะความหวังเบอร์ต้นของยกเหล็กไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “สู้โว้ย” และ “อร” ทำผลงานได้อย่างสง่างามที่สุด โดยเป็นการทำลายสถิติโอลิมปิก ในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก

จากผลงานดังกล่าวส่งผลให้อุดมพรกลายเป็นนักกีฬาหญิงชาวไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ เป็นฮีโร่คนที่ 3 ของประเทศต่อจากสมรักษ์ คำสิงห์ และวิจารณ์ พลฤทธิ์

อรแทบจะหันหลังให้ทีมชาติทันทีเมื่อได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ เนื่องอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หมอนรองกระดูกข้อที่ 4-5 ห่าง โดยแพทย์แนะนำว่า “หลีกเลี่ยงการยกของหนัก”

ปัจจุบัน อุดมพรรับราชการทหารยศปัจจุบันพันตรี ตำแหน่งนายทหารแผนกประวัติบำเหน็จบำนาญ ช่วยราชการกองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี นครราชสีมา และทำธุรกิจหอพักอยู่ที่บ้านเกิด จังหวัดนครราชสีมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน