‘วุ้นเส้น’ทนเฉยไม่ได้ ยื่นน้ำใจช่วยคนเดือดร้อน – นับวันความเดือดร้อนของประชาชนจากพิษโควิด-19 จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นักแสดงสาว ‘วุ้นเส้น’ วิริฒิพา ภักดีประสงค์ เจ้าของสกินแคร์ แบรนด์ SEWA (เซวา) อยู่เฉยไม่ได้ ขอยื่นมือเข้า ช่วยเหลือ จัดทำข้าวกล่องแจกผู้เดือดร้อน ตามชุมชนต่างๆ และยังทำ “กล่องปันน้ำใจ” นำไปมอบให้แคมป์คนงานที่ขอความ ช่วยเหลือ เยียวยาความลำบากในช่วงนี้
ชีวิตตอนนี้เป็นยังไงบ้าง กลายเป็นสาวติดบ้าน? วุ้นเส้น – “จริงๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมาก เพราะนี่เป็นครั้งที่สี่ได้ ที่เรากักตัว ต้องอยู่บ้าน มันเริ่มชิน แล้วเริ่มรู้สึกว่าต้องหาอะไรทำเวลาอยู่บ้านให้แฮปปี้ให้คลายเครียด มันไม่ไหว ช่วงนี้เครียดทุกวัน ดูข่าวก็เครียด อยู่เฉยๆ ก็เครียด ออกไปไหนก็ไม่ได้ ชีวิตเปลี่ยนเยอะต้องปรับตัว เราใช้ชีวิตกันอยู่ แบบนี้ประมาณปีครึ่งได้แล้วมั้ง”
ครั้งนี้ทำไมถึงลงพื้นที่ช่วยเหลือ? วุ้นเส้น – “วุ้นไม่ถึงขั้นลงพื้นที่ค่ะ วุ้นก็ฝากไป แต่จะไปแพ็กของทำทุกอย่างเอง แล้วมีทีมของวุ้นที่เขาหาว่าสถานที่ไหนบ้างตอนนี้ที่กำลังลำบาก คือบางที่ตอนนี้คนอาจให้เยอะแล้ว แต่ก็มีที่อื่นที่คนไม่เห็น แล้วคนดีเอ็มมา บอกวุ้นเยอะมาก แต่เราคงช่วยได้ไม่หมด ทุกที่ เราก็ตัวคนเดียว ไม่ได้มีอำนาจที่จะช่วยอะไรได้หมด อย่างน้อยช่วยต่อชีวิตไปได้สักอาทิตย์หนึ่งหรือเดือนหนึ่ง ก็สามารถทำให้เขามีชีวิตต่อไปได้ แล้วหลังจากนั้นพอเรากระจายสื่อออกไปเรื่อยๆ เริ่มมีคนเห็นว่าดาราออกมาช่วยกันเยอะ คนอื่นๆ ก็จะมาช่วยต่อๆ กันไป วุ้นคิดว่าระบบแบบนี้มันดีกว่า”
อะไรเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกว่าต้องยื่นมือเข้าช่วยแล้ว? วุ้นเส้น – “เห็นข่าว ทั้งเพื่อนๆ เล่าให้ฟัง และเพจต่างๆ รู้สึกมันไม่ได้เล่นๆ แล้ว ตอนแรกยังรู้สึกว่าคนอาจจะยังใช้ตังค์เก่าอยู่ หรือใช้ประหยัดขึ้น แต่ตอนนี้แค่นั้นไม่พอแล้ว มันใช้เงินเก็บจนหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรกินแล้ว บางคนเป็นครอบครัวใหญ่ ไม่ได้มีแค่พ่อแม่หรือคู่รัก เขามีลูกตั้งหลายคน ถ้าลูกอด เด็กอด มันยากกว่าผู้ใหญ่อยู่แล้ว ก็คิดว่าตอนนี้ที่วุ้นทำได้ คือส่งของกิน ส่งของใช้ ส่งพวกของแห้ง อะไรต่างๆ ให้” “ตอนนี้วุ้นทำหลายที่ ทำกับเพื่อนที่ช่วยส่งน้ำ ส่งเงินมา แล้วซื้อข้าวกล่องให้ตามแคมป์ ตามชุมชน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง อีกอันหนึ่งจะเป็นกล่องช่วยเหลือ เป็นกล่องของแห้งของใช้ที่จำเป็นจริงๆ อันนี้ทำกับเซวา ตอนนี้คนรอบข้างวุ้นไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือนักธุรกิจที่วุ้นทำงานด้วย เขาไม่ไหวกับการที่เห็นประชาชนลำบาก ปกติวุ้นไม่เคยออกมาพูดเรื่องอะไรแบบนี้ แต่วันนี้ต้องออกมาพูดแล้วว่าเขาลำบากจริงๆ วุ้นไม่รู้จะทำยังไง ก็ขอช่วยเท่าที่เราช่วยได้จริงๆ”
ส่วนตัวกังวลไหมว่าวันหนึ่งเราอาจจะเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง? วุ้นเส้น – “กลัว ใครๆ ก็กลัว จริงๆ วุ้นไม่เจอใครเลย อยู่แต่บ้าน ไปในที่ที่จำเป็น เช่นไปประชุมที่ออฟฟิศ แต่ตอนนี้เด็กที่ออฟฟิศ เซวาก็ให้เวิร์กฟรอมโฮมหมด มีแค่เราและ หุ้นส่วนที่ต้องเจอกัน เพราะงานต้องเดินต่อ แต่พยายามให้น้อยที่สุด เพราะยอดโควิดสูงมากข้างนอก แล้วคนติดง่ายขึ้นเยอะ ไม่รู้ ติดจากไหนยังไง เพราะฉะนั้นเรา ต้องเซฟตัวเองด้วยการอยู่บ้าน ร้อยเปอร์เซ็นต์ วินัยสำคัญที่สุด วุ้นว่าทุกคนเริ่มรู้แล้วว่าโควิดอันตรายขนาดไหน ตอนแรกอาจ จะยังไม่รู้วิธีในการป้องกันตัวเอง ตอนนี้วุ้นว่าทุกคนรู้แล้ว มันไม่ใช่แค่พูด ต้องลงมือทำด้วยถึงจะป้องกันตัวเองได้”
วันนี้ยอดคนเสียชีวิตเป็น 100 คน ติดเพิ่มทะลุ 10,000 รู้สึกยังไงบ้าง? วุ้นเส้น – “ก็เครียด เครียดแทนตัวเองด้วย เพราะเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่บางทีก็เสี่ยงเหมือนกัน ต่อให้อยู่บ้าน แต่บางทีก็ต้องไปในที่ที่จำเป็น ระหว่างทางหรือแม้แต่ระหว่างรับบัตรจาก คนอื่น หรือรับของจากคนอื่นแค่ไม่กี่วินาที ก็สามารถติดได้ เพราะฉะนั้นการที่เราใช้ชีวิตแบบเดิมมันเป็นไปไม่ได้แล้ว สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นคือพกสเปรย์แอลกอฮอลล์ พกหน้ากากอนามัย พกอะไรต่างๆ ที่ทำให้เราสะอาดที่สุดเซฟที่สุด ทำให้เราไกลจากเชื้อโรคมากที่สุด” “ตอนนี้ทุกคนก็ต้องฝึกให้เป็นความเคยชินวุ้นเองก็มีเผลอ บางทีออกไปนิดเดียวแค่ ซูเปอร์มาร์เก็ตหรืออะไรต่างๆ บางทีรู้สึกหายใจไม่ออกดึงแมสก์ออกมาหายใจนิดนึง บางทีไม่รู้ว่าวินาทีนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นต้องมีสติ และมีวินัยในการดูแลตัวเอง”
ถ้าสามารถเรียกร้อง เป็นกระบอกเสียงได้ อยากจะพูดอะไรไหม? วุ้นเส้น – “มันก็พูดยาก แต่สิ่งที่วุ้นทำได้ตอนนี้คือช่วยประชาชนในสิ่งที่วุ้นเห็น สามารถช่วยได้ในแบบของเรา เราไม่สามารถช่วยได้มากหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย อย่างน้อยเราเห็นแล้วรู้สึกว่าสามารถต่อชีวิตคนได้จริงๆ เป็นสิ่งเดียวที่วุ้นสามารถทำได้ตอนนี้ มากกว่านั้นวุ้นไม่ได้มีอำนาจอะไร วุ้นก็มีแค่นี้ ที่ทำได้จริงๆ ค่ะ” อนงค์ จันทร