‘ชาร์เลท’มุ่งพัฒนาฝีมือ – เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ด้วยการถ่ายงานโฆษณา จากนั้น 5 ขวบประเดิมแสดงละครเรื่องแรก “วิวาห์ว้าวุ่น” จนตอนนี้ โตเป็นสาว อายุ 16 ปีแล้ว นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ‘ชาร์เลทวาศิตา แฮเมเนา’ ก็ไม่เคยห่างหายจากงานที่ตนเองรัก

เข้าวงการตั้งแต่ 3 ขวบ ตอนนั้นรู้ไหมว่าการแสดง เล่นละครคืออะไร?
ชาร์เลท – “เอาตรงๆ จำไม่ได้กับเหตุการณ์ตอนเด็กๆ คุณแม่เล่าให้ฟังว่าชาสดใส กล้าแสดงออก ก็เลยได้เข้ามาทำงานจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ ถ้าที่ตัวเองเริ่มรู้เรื่องน่าจะ 11-12 ขวบ เริ่มเข้าใจว่าการแสดงคือการทำงาน เริ่มทำการบ้านเองโดยที่คุณแม่ไม่ต้องมานั่งอ่านบทให้ฟัง พอเริ่มโตเริ่มรู้ถึงคำว่า รับผิดชอบนี่คืองานของเรา”

ทำงานตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียวัยเด็กที่ได้วิ่งเล่นกับเพื่อนไหม?
ชาร์เลท – “ถึงหนูไม่ได้วิ่งเล่น แต่หนูได้ขึ้นสะลิงเลยนะ ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งค่ะเพราะเด็กบางคนคงไม่ได้ขึ้นสะลิงตั้งแต่ 3-4 ขวบ ชารู้ตั้งแต่เด็กว่าชอบทางด้านนี้ รู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ชีวิตเราตรงนี้ เป็นต้นทุนให้ชาไปทำงานต่อในอนาคต”
กลัวคนติดภาพจำความเป็นดาราเด็ก แบบสลัดความเป็นชาร์เลท นักแสดงวัยเด็กไม่ได้ไหม?
ชาร์เลท – “อาจจะเป็นปกติ เชื่อว่าต้องมีบางคนที่สลัดไม่ได้ ตรงนั้นอาจจะเป็นจุดที่ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าบทที่ชาได้รับไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้น ชาสามารถทำได้มากกว่านั้น เป็นหน้าที่ชาที่จะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าชาสามารถทำได้หลากหลาย”

โตขึ้นเป็นนางเอกเต็มตัวแล้ว?
ชาร์เลท – “ชาไม่ค่อยคอนเซิร์นกับคำว่านางเอกพระเอก สิ่งที่ชาให้ความสำคัญมากที่สุดคืองานที่เขาให้มา มันเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ทำหน้าที่และโอกาสนั้นให้ดีและเต็มที่ที่สุด”
ผลงานเรื่องไหนที่ทำให้คนเริ่มจำได้ รู้จักเราในฐานะนักแสดง?
ชาร์เลท – “ชาว่าถ้าแบบแปลกใหม่มากที่สุด น่าจะเป็นเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ชาเล่นเป็นเด็กมีปัญหา จากปกติเล่นเป็นเด็กใสๆน่ารัก แต่พอเรื่องนี้กลายเป็นเด็กชอบทำร้ายตัวเอง ทำให้คนค่อนข้างงง แปลกใจชาร์เลทมาเล่นแนวนี้ด้วย แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มเล่นดราม่าเยอะมาก คนก็เริ่มรู้จักมากขึ้น แล้วมาเรื่อง ดงพญาเย็น มาเล่นแฟนตาซีทุกคนก็ได้เห็นความหลากหลายของชาตั้งแต่เด็กจนโตค่ะ”

เรื่องไหนที่ทำให้เราเข้าใจถึงการแสดงแล้ว?
ชาร์เลท – “ซ่อนเงารักค่ะ เล่นเป็นฝาแฝด เป็นเด็กผู้ชายและเด็ก ผู้หญิงที่เป็นฝาแฝดกัน มันอาจซับซ้อนนิดนึง เด็กผู้ชายจะต้องแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิง เพราะแม่ไม่อยากให้เขาเป็นเด็กผู้ชาย ชาก็ต้องเล่นเป็นเด็กผู้ชายที่อยู่ในคราบผู้หญิงกับเด็กผู้หญิงอีกคนที่เป็นฝาแฝดกัน ซึ่งความยากก็จะมีพวกซีนอารมณ์ เป็นดราม่ามากๆ การยอมรับตัวเองไม่ได้ ทะเลาะกับแม่ เรื่องนั้นดราม่าหนักมาก ทำการบ้านเยอะมากๆ ชาตั้งใจมาก ก็เลยเป็นเรื่องแรกๆ ที่ชารู้สึกว่าเป็นมาสเตอร์พีซของเราพอสมควร”
สิบกว่าปีในวงการ เล่นละครมากี่เรื่องแล้ว?
ชาร์เลท – “ประมาณ 18-19 เรื่อง แต่ถ้านับปัจจุบันด้วยก็ 21-22 เพิ่งรู้ตัวว่าเยอะนะคะเนี่ย คุณแม่จะคอยดูแลชามาตั้งแต่ทำงานเลย ทุกวันนี้ก็ยังดูแลอยู่ สนิท กับคุณแม่ เราต้องทำงานและตัดสินใจร่วมกัน ส่วนมากเขาจะคอยซัพพอร์ตแนะนำในบาง ความคิดของชา แม่ไม่ได้ผลักดันว่าชาร์เลทไป แคสต์งานหน่อย ไม่ใช่ แต่มันบังเอิญมาก อยู่ๆ เขาก็บอกลองไปอยู่หน้ากล้องไหม คุณแม่เด็กคนนี้ว่างไหม พอไปอยู่มันก็ได้ไปหมดเลยค่ะคงจะเป็นโอกาสของเรา เป็นเส้นทางของเรา คุณแม่ปล่อยตามความสบายใจของเราค่ะ”
ทำไมถึงตัดสินใจมาเป็นนักแสดงสังกัดช่องวัน?
ชาร์เลท – “ชามองว่าชายังอายุน้อยด้วย ชาพร้อมจะรับโอกาสใหม่ๆ ที่ผู้ใหญ่ให้มา คิดว่าอย่างน้อยเขายื่นข้อเสนอมาให้ เขาน่าจะเห็นอะไรในตัวเราว่าเราพร้อมจะทำงานที่มีประสิทธิภาพมากพอ ก็เลยเซ็นสัญญาค่ะ อย่างน้อยมันเป็นข้อดีสำหรับเราว่าเขาเห็นความสามารถในตัวเรา งานที่เขาให้มา ชาต้องทำมัน ให้ดี ให้เขาเชื่อมั่นว่าทำไมเขาถึงต้องเลือกชา”

ดงพญาเย็น เป็นผลงานเรื่องแรกกับช่องวัน?
ชาร์เลท – “ค่ะ เป็นแฟนตาซีบวก แอ๊กชั่นก็คูณสอง เราไม่เคยต่อสู้บู๊จริงจังขนาดนี้ การใช้อาวุธบางอย่างการขึ้นสะลิงที่หนักหน่วง โลเกชั่น ที่ไปร้อนเหลือเกิน เป็นเรื่องที่รับน้องได้โหดจริงๆ เป็นประสบการณ์ใหม่ให้ได้เรียนรู้เยอะเลยค่ะ ฟีดแบ็กแฟนๆ ก็จะแบบชาร์เลท เหรอเนี่ย โอ้ว ชาร์เลทโตแล้วนะ เป็นสาวแล้วนะ แต่ชาไม่ได้โตขนาดนั้นนะทุกคน หนูยังเป็นเด็กอยู่เลย แค่ 16 เองค่ะ (หัวเราะ)”

ตั้งเป้าหมายในเส้นทางอาชีพนักแสดงอย่างไร?
ชาร์เลท – “ไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องเป็นนางเอกหรือต้องได้บทเด่นที่สุด มองแค่ว่าในอนาคตถ้ามีโอกาสที่ดีมา ชาอยากจะทำงานให้เต็มที่ที่สุดในทุกบทบาท จะพยายามพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ทำให้คนดูผิดหวัง ให้คนดูได้เห็นศักยภาพที่ชาพยายามจะสื่อออกไปค่ะ”
ได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานตั้งแต่เด็กในวงการบันเทิง?
ชาร์เลท – “อย่างแรกคือการทำงานที่ เป็นระบบ เป็นสเกลงานค่อนข้างใหญ่ วิธีการตัดสินใจของผู้ใหญ่ วิธีการที่เราควรจะปฏิบัติตนในสังคมจริงๆ มารยาท วินัย ความรับผิดชอบที่ต้องมี ตรงนี้สอนชามาตั้งแต่เด็กๆไม่ใช่ว่าเราเด็กแล้วจะไม่จำบทไป ไม่ใช่ มันคือหน้าที่ คือการรับผิดชอบ ก็เหมือนครูสั่งการบ้านมาเราต้องทำ ต้องรู้ว่าหน้าที่ตัวเองคืออะไร ต้องตั้งใจทำงาน และการที่เราได้ทำงานกับนักแสดงที่โตกว่า มันเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ทางด้านการแสดง ได้เยอะมาก”

เล่นละครมาตั้งแต่ 5 ขวบ จนตอนนี้ไม่มีช่วงหายไปเลย ยืนระยะมีละครทุกปี?
ชาร์เลท – “ขอบคุณทุกโอกาสที่ให้ชาอยู่ตั้งแต่เด็กจนโต ขอบคุณทุกๆ งานที่เข้ามา ไม่เคยหลงระเริง ชามุ่งพัฒนาตัวเอง ชาตั้งใจทำงานออกมาเพื่อให้คนดูได้เห็นการพัฒนาอีกขั้นของตัวชา ชาไม่ได้มองว่าชาทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว พอทำงานมาตั้งแต่เด็ก จะรู้เลยว่าคุณค่าของเงินสำคัญมาก”
ถามหน่อยมีพี่น้องกี่คน?
ชาร์เลท – “ชามีพี่สาว 1 คนค่ะ ชื่อมายลีน(โยษิตา แฮเมเนา) โตกว่า 2 ปี เขาช่วยติว GED ให้ชาด้วยค่ะ พี่เขาเก่งมากๆ ล่าสุดสอบติดมหาวิทยาลัยที่ประเทศเกาหลี แต่เขาสละสิทธิ์และตัดสินใจไปเรียนที่ประเทศเยอรมันแทน กลับไปหาคุณพ่อด้วยค่ะ ส่วนชาก็อยู่ที่นี่ ชาเรียนที่ไทย จะได้เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยค่ะ”

เราลาออกจากการเรียนมัธยมปกติ ไปเรียน GED?
ชาร์เลท – “ค่ะ เพราะชาต้องทำงานด้วยและเรียนด้วย ตอนแรกทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่พอโควิดมามันทำให้แผนที่แพลนพังหมดเลย ก็เลยคิดว่าถ้ากลับมาทำงานอีกครั้ง ละครต้องอัดถ่ายเพราะเขาใช้เวลาหยุดไปนานมาก แล้วชาจะมานั่งเรียนหนังสือเพื่อให้ทุกคนรอก็ไม่ได้ เราต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองทั้งการเรียนและการทำงาน เลยหาทางออกที่ดีที่สุด มองหาวิธีการเรียนที่เหมาะกับสถานการณ์ เลยค้นพบการสอบ GED ค่ะ ก็เลยมาเรียน GED เป็นการสอบเทียบมัธยมปลายเพื่อให้ได้วุฒิ ม.6 สามารถยื่นวุฒิสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้ค่ะ”

ตัดสินใจยากไหม?
ชาร์เลท – “ยากมาก เพราะเป็นวัยมัธยมปลาย เราก็อยากมีเพื่อนๆ ด้วย แต่เนื่องด้วยความรับผิดชอบที่เราต้องทำงานด้วยต้องเรียนด้วย ซึ่งการย้ายมาเรียน GED ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เสียหายหรือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากขนาดนั้น สุดท้ายชาก็ยังมีประสบการณ์ในการทำงาน ยังไม่ได้เสียอะไรไปเลย ก็เลยคิดว่าเราต้องหาทางออกที่มันดีต่อเรามากที่สุดและสะดวกกับทุกๆ ฝ่ายค่ะ”
วีรนุช จันทำ