กู้อีกแสนล้าน – ด้วยสถานการณ์ที่โรคระบาดโควิด-19 แพร่ลามอย่างหนักและสาหัสสากรรจ์ มีแนวโน้มไต่สู่ภาวะระบาดสูงสุดในเดือนสิงหาคม

นอกจากจะสร้างความบอบช้ำทางสังคมที่ต้องร่วมเผชิญโศกนาฏกรรมความสูญเสียที่น่าสะเทือนใจรายวัน สิ่งที่ตามมาคือความเป็นหนี้ร่วมกัน

หนี้ที่ว่านี้เพิ่งผ่านการอนุมัติจากครม. ให้กู้เงินเพิ่มอีกอย่างน้อย 150,000 ล้านบาท ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงินที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม

เป็นแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2564 ปรับปรุง ครั้งที่ 3 เพิ่มจากเดิมที่กู้ไว้ 1.64 ล้านล้านบาท เป็น 1.79 ล้านลานบาท

กระทรวงการคลังแจ้งว่า วงเงินดังกล่าวเป็นการเปิดกรอบวงเงินเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกู้เงินตามพ.ร.ก.กู้เงินโควิด-19 ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ

ส่วนจะกู้เงินเมื่อใดนั้นเป็นไปตามความจำเป็นของแผนการใช้จ่ายเงิน ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรอง การใช้จ่ายเงินกู้พิจารณาและเสนอครม.เพื่ออนุมัติแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อปรับปรุงแผนแล้ว ทางการคาดว่าจะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นปีงบ ประมาณ 2564 อยู่ที่ร้อยละ 58.88 ซึ่งยังถือว่าอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ร้อยละ 60

ส่วนที่ประชาชนคาดหมาย คือเงินดังกล่าวคงจะต้องใช้อย่างแน่นอน เนื่องจากความ เดือดร้อนกระจายไปทั่วทุกวงการและต้องการการเยียวยา

ดังนั้นรัฐบาลควรสรุปสถานการณ์การใช้จ่ายเงินกู้ก้อนใหญ่โตเป็นระยะ เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามและตรวจสอบ

สิ่งที่เศรษฐกิจต้องการอย่างยิ่งในยามเจ็บไข้คือยาและการรักษา จำเป็นต้องใช้เงินที่ทุ่มลงไปก่อน รวมถึงเงินกู้

จากนั้นเมื่ออาการดีขึ้น จึงเข้าสู่การเริ่มต้นกลับไปทำงานหาเงินเพื่อให้ชีวิตเดินหน้าไปอย่างปกติ และหาเงินมาใช้หนี้

ทั้งหมดนี้ต้องมีแผนและขั้นตอนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรัฐบาลที่บริหารประเทศ จึงควรอธิบายประชาชนถึงกระบวนการและยุทธศาสตร์ที่วางไว้ทั้งหมดได้ รวมถึงมีแผนสองเป็นทางเลือก หากต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

ต้องไม่ใช่แก้ปัญหาเพียงเรื่องเฉพาะหน้า หรือกู้โดยไม่รู้จะหาเงินมาคืน ได้อย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน