‘เพลง ภตภร’ ห่วงบุคลากรที่ถูกลืม – แม้ตัวเองจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หลังเปิดร้านอาหาร “อากาศดี อารีย์” ไปเมื่อต้นปี แต่นักแสดงสาว ‘เพลง’ ภตภร สีบุญเรือง ก็ยังพอมีกำลัง ช่วยเหลือ ผู้เดือดร้อน ด้วยการให้พนักงานที่ร้านทำข้าวกล่องแจกจ่าย ตั้งแต่แคมป์คนงาน บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่เวรเปล แม่บ้าน และบุคลากรด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเพื่อนๆ และผู้ใจบุญร่วมสมทบทุน

แต่แล้วก็เกิดดราม่า หลังแชร์เรื่องราวที่ เอาข้าวกล่องไปให้เจ้าหน้าที่เวรเปล โดยมีคนเอาไปเป็นประเด็นตำหนิโรงพยาบาล

เรื่องราวเป็นยังไง ทำไมถึงเกิดเป็นประเด็น?

เพลง – “ต้องบอกก่อนว่าเพลงมีธุรกิจร้านอาหาร ชื่อร้านอากาศดีอารีย์ ที่ช่วงนี้โดน ล็อกดาวน์ ทำให้ยอดขายตก แล้วพนักงาน ไม่ได้เอาออก ก็เลยเริ่มจากคนในบ้านอยาก ทำอาหารไปแจก โดยใช้ครัวเราเอง ก็ทำไปเรื่อยๆ เริ่มจากแจกที่แคมป์คนงาน จากนั้น ไปแจกที่โรงพยาบาล แล้วล่าสุดมีเพื่อนๆ มาอุดหนุนที่ร้านโดยสั่งทำไปแจกให้บุคลากรทางการแพทย์ เลยทำให้เพลงรู้ว่ามีส่วน ของพี่ๆ เวรเปล แม่บ้าน ที่เป็นบุคลากรใน โรงพยาบาลเหมือนกันที่คนอาจจะไม่ทัน ได้นึกถึง เขาเลยแนะนำให้เพลงไปแจก ก็ได้ทำไปครั้งแรก เพลงเลยแชร์ลงทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ว่าวันที่ไปแจกเป็นอย่างไร”

“วันนั้นไปแจกก็แอบน้ำตาคลอ สะเทือนใจนิดหนึ่ง เพราะตอนเอาไปให้ พี่คนที่เป็น เวรเปลถามหลายรอบว่าเอามาให้ใครครับ ให้ผมเหรอ ให้ผมใช่ไหม เขาทำแบบไม่อยากเชื่อว่าเอามาให้เขาจริงหรือเปล่า จนเพลงไม่แน่ใจแช็ตไลน์หาเพื่อนว่าให้เอามาให้เวรเปล ถูกต้องแล้วใช่ไหม ก็เลยมีการเช็ก จำนวนคนเท่านี้ตรงไหม เขาก็บอกตรงๆ ถ้างั้นก็ใช่นะคะพี่ ยกไปเลยค่ะ เขาดูดีใจมาก ยิ้มให้และขอบคุณกันใหญ่เลย”

“เราก็งงๆ ว่าทำไมเขาดูดีใจจังเลย พอตอนเขาขนของเสร็จ บอกว่าพอดีผมไม่แน่ใจเลยถามให้ชัวร์ เพราะส่วนใหญ่คนจะเอามาให้ คนอื่น ผมไม่รู้ ก็ไปทานของเขา อาจจะมีโดนว่าบ้าง เพราะผิดจุดประสงค์ของคนที่มาแจก เราก็เลยรู้สึกสะเทือนใจนิดหนึ่ง ก็เลยเอาไปแชร์เหมือนให้ทุกคนอย่าลืมบุคลากรส่วนนี้ด้วย”

ได้เห็นว่าบุคลากรได้ของ ไม่ครบถ้วน อย่างนั้นใช่ไหม?

เพลง – “ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง คือจริงๆ เพลงกำลังกังวลนิดหนึ่ง ที่เพลงแชร์ไปก็มีคนเอาไปแชร์ต่อ แล้วเป็นบางมุมที่เป็นลักษณะแบบโรงพยาบาลอะไรทำไมทำแบบนี้ เขาไม่จัดสรรเอาไปแบ่งกันให้ทั่วถึงเหรอ เป็นแนวตำหนิการทำงานของ โรงพยาบาลหรืออะไรต่างๆ คือจริงๆ มันผิดจุดประสงค์ของเพลง มันไปสร้างความเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า เพลงไม่ได้รู้จริงถึงการจัดการส่วนนี้ เพลงแค่แชร์เหตุการณ์ที่ เจอมา เราได้ไปช่วย ทำให้เขารู้สึกดีใจแล้วมี ความสุข แล้วก็ให้คนอื่นเห็นความสำคัญของพี่เขาด้วย แต่ไม่ได้ตั้งใจให้ไปตำหนิโรงพยาบาลหรือองค์กรที่เขาทำงานหนักกันอยู่แล้ว”

เรื่องนี้สะท้อนความรู้สึก และสะท้อนเรื่องอะไรบ้าง?

เพลง – “สะท้อนหลายอย่าง เพราะตอนนี้ทุกคนลำบากมาก ทุกหน้าที่ ขอพูดในส่วนตัวเองก่อน เราเป็นร้านอาหาร ก็เริ่มหนักแล้วก็หนักขึ้น มันเป็นสเต็ปที่แย่ลงทุกวันขณะที่เราไม่เห็นว่ามันมีการจัดการที่ดีขึ้นอะไรที่เป็นความหวังให้พวกเราประชาชน พูดง่ายๆ มันสะท้อนถึงระบบการจัดการอะไรหลายๆ อย่างในประเทศ หน้าที่ของการไปช่วยเหลือ มันเป็นเหมือนน้ำใจของคนไทย ของเพื่อนมนุษย์ ไม่ได้เป็นหน้าที่ที่ว่าเราต้องทำ หรือทุกคนต้องทำ”

“จริงๆ มันควรมีการจัดการที่ดีกว่านี้ ยิ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์แล้วด้วย เขาเหมือนเป็นด่านหน้า เป็นคนควบคุมสถานการณ์ ไม่อยากเห็นเขามีคุณภาพชีวิตแบบนี้ แล้วสมมติถ้าเพื่อนไม่มาบอก เพลงก็อาจจะไม่นึกถึงตรงนี้ด้วยซ้ำ ว่ามีคนส่วนหนึ่งที่เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน แล้วถ้าเราไม่บอกต่อคนก็คงไม่นึกถึงอีกเช่นกัน คนที่เขาเสียสละควรจะได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้ มันก็สะท้อนถึงความล้มเหลวหลายๆ อย่าง”

พูดถึงร้านที่มีผลกระทบ แต่ก็ยังดูแลน้องๆ อยู่ เป็นอย่างไรบ้าง?

เพลง – “เพลงเข้ามาทำร้านตอนต้นปีมกราคม ซึ่งเป็นช่วงโควิดกำลังจะหายแล้วรอบแรก สถานการณ์ดีขึ้น พอเริ่มทำปุ๊บ มาเลยรอบสอง แต่รอบสองสำหรับคนในเมืองยังถือว่าไม่กระทบหนักมาก เลยยังพอไหว แต่ก็ถือว่าโดนตลอดตั้งแต่เริ่มเดย์วัน จากที่ คาดหวังว่าจะเป็นธุรกิจที่ดีของเรา พอมาเจอรอบสามรอบสี่ไปเรื่อยๆ แล้วหนักขึ้นทุกรอบเริ่มแย่มากๆ”

“ต้องบอกก่อนว่าสถานการณ์ของร้านอาหารแต่ละร้านไม่เหมือนกัน การห้ามนั่งในร้านสำหรับบางร้านมันเทียบเท่ากับการปิดด้วยซ้ำ ร้านอาหารบางประเภทไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็อยู่ได้ เดลิเวอรี่ได้ด้วยประเภทของอาหารอะไรก็แล้วแต่ ร้านอาหารบางอย่างเหมาะกับการนั่งกินที่ร้าน อย่างร้านเพลงก็เป็นประเภทนี้ เดลิเวอรี่ไม่ใช่ยอดขายหลักของเพลง ยอดขายมันหายไปเกินครึ่ง ไม่ใช่ว่าเราไม่ปรับตัวนะ เราปรับตัวมาก พยายามทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังยากอยู่ดีค่ะ”

พลเทพ สารภิรมย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน