กาแล็กซีแท็บ7เอฟอี แท็บเล็ตจอมอึดจากซัมซุง – ตลาดแท็บเล็ตที่เดิมฟุบๆ กลับชุบชีวิตขึ้นมาใหม่หลังการระบาดของโรคโควิด-19 เพราะหลายคนต้องหาซื้ออุปกรณ์ไอทีมาใช้ทำงานที่บ้าน เนื่องด้วยมาตรการล็อกดาวน์ที่ไม่จบไม่สิ้น
ค่ายซัมซุง ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของโลกจากประเทศเกาหลีใต้ยังคงเดินหน้าขยายไลน์อัพแท็บเล็ตเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจากแอปเปิ้ล อย่างไม่หยุดยั้ง

ซัมซุง กาแล็กซี แท็บ 7 เอฟอี (Samsung Galaxy Tab 7 FE) จัดเป็นแท็บเล็ตระดับกลางในกาแล็กซี แท็บ 7 ซีรีส์ โดยจะยังคงประสบการณ์การใช้งานแท็บเล็ตเต็มขั้นไว้เหมือนเรือธง และมีสเป๊กที่ลดหลั่นลงมาเพื่อทำให้ราคาเข้าถึงได้มากขึ้น เหมาะสำหรับ ผู้ที่กำลังมองหาแท็บเล็ตทำงาน แต่ไม่ต้องการควักกระเป๋าจ่ายในราคาเรือธง
กาแล็กซี แท็บ 7 เอฟอี นั้นแตกต่างจากแท็บเล็ต รุ่นประหยัดอย่างซัมซุง กาแล็กซี แท็บ เอ 7 ไลต์ (Samsung Galaxy Tab A7 Lite) เพราะยังคงมีฟีเจอร์ระดับเรือธงครบครัน อาทิ ฟังก์ชันการแปลงสภาพแวดล้อมทำงานเลียนแบบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอย่าง ซัมซุง เด็กซ์ (Samsung Dex) หน้าจอขนาดใหญ่ 12.4 นิ้ว ซึ่งเหมาะกับการสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง ทว่าแท็บ 7 เอฟอีนั้นจะไม่มีเทคโนโลยีระดับพรีเมียมอย่างจอภาพ OLED และจอรองรับความถี่สูงที่ช่วยให้ภาพลื่นไหลน่าใช้งาน
แต่เป็นที่น่ายินดีตรงที่ซัมซุงยังคงลำโพงสเตอริโอเสียงเยี่ยม 4 ตัวไว้
เว็บไซต์เทคเรดาร์ ระบุว่า แท็บเล็ตรุ่นนี้เหมาะสำหรับสายใช้งานเป็นหลักนอกจากตัวเครื่องแล้วทางซัมซุงยังแถมปากกาสไตลัส S Pen มาให้พร้อมฟีเจอร์ปากกาครบครันเหมือนรุ่นเรือธง ทำให้การจดบันทึก วาดภาพ เน้นภาพ ลงนาม และการควบคุมอื่นทำได้สะดวกน่าใช้งาน

อย่างไรก็ดี แท็บ 7 เอฟอีนั้นไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมดเริ่มต้นด้วยแป้นพิมพ์ขายแยกต่างหากของซัมซุงที่มีราคา ค่อนข้างสูง แต่กลับมีฟังก์ชันที่ธรรมดาเกินไปไม่หวือหวาสมราคาเท่าที่ควร ต่อด้วยแบตเตอรี่ที่แม้มี ความจุเป็นเยี่ยมถึง 1 หมื่น มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง (mAh) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานน่าประทับใจแต่เวลาที่ใช้ในการชาร์จนั้นนานเกินไป
การออกแบบภายนอกของซัมซุงนั้นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะไม่เพียงแต่ซัมซุงเดินหน้าปรับปรุงการออกแบบให้มีความสวยงามอย่างต่อเนื่องในแต่ละรุ่น การปรับปรุงดังกล่าวทางซัมซุงยังนำมาใส่ไว้ในแท็บเล็ตรุ่นลดหลั่นลงมาด้วย ซึ่งแท็บ 7 เอฟอีก็ได้รับการออกแบบนี้มาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุอะลูมิเนียม ที่คงทนแข็งแรง พื้นผิวหลังเป็นแบบหยาบ จอใหญ่จุใจขอบน้อย แลดูทันสมัยและเรียบหรูไม่แพ้รุ่นเรือธงทั่วไปในตลาดแท็บเล็ตที่รันบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (โอเอส) จากกูเกิ้ล

แท็บ 7 เอฟอี มีความหนาเพียง 6.3 มิลลิเมตร หนัก 608 กรัม ยิ่งให้ความรู้สึกพรีเมียม เบาและบางเฉียบ เว้นเสียแต่ว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้ ค่อนข้างลื่นหลุดมือได้ง่าย แต่ทางซัมซุงให้ขอบจอมาเพียงพอในการวางนิ้วเพื่อถือให้ได้กระชับมือมากขึ้น
ที่น่าสนใจต่อมาเป็นตำแหน่งของกล้องเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งทางซัมซุงนำไปไว้ที่ขอบบนเวลาใช้แท็บเล็ตใน แนวนอน (เวลาใช้แนวตั้งจะทำให้กล้องไปอยู่ที่ขอบขวาแทน) ตรงกันข้ามกับไอแพดโปร ตัวใหม่จากค่าย แอปเปิ้ล

นอกจากนี้ การวางตำแหน่งพอร์ตต่างๆ ยังถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจให้ใช้งานได้ง่ายทั้งแนวนอนและตั้งด้วย โดยหากใช้งานแนวนอนจะพบว่าปุ่มเปิด-ปิด และปรับระดับเสียงอยู่ที่ขอบบนเยื้องไปทางซ้าย ส่วนลำโพงอยู่ที่ ขอบข้าง ข้างละ 2 ตัว ส่วนพอร์ตเชื่อมต่อชนิด USB-C นั้นอยู่ที่ขอบขวา และแถบแม่เหล็กเชื่อมต่อแป้นพิมพ์อยู่ด้านล่างและปากกาสไตลัสสามารถนำมาติดไว้ได้ที่ขอบบนของเครื่อง อย่างไรก็ตาม ปากกาอาจจะหลุดออกมาได้หาก ใส่ไว้ในกระเป๋าที่มีของจำนวนมาก
หน้าจอของกาแล็กซี แท็บ 7 เอฟอี เป็นจุดแตกต่างหนึ่งกับเรือธง โดยมีจอขนาด 12.4 นิ้ว ความละเอียดสูงสุด 1,600 x 2,560 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 243 พิกเซลต่อตารางนิ้ว อัตราส่วนภาพ 16:10 และพื้นที่ต่อตัวเครื่องร้อยละ 84.6 ใช้เทคโนโลยีจอแบบ TFT LCD รองรับความถี่สูงสุดเพียง 60 เฮิร์ตซ์ (Hz)
อากาศ ชเวรี ผู้ทดสอบพอใจว่า ด้วยอัตราส่วน 16:10 ทำให้ง่ายต่อการอ่านหนังสือและชมคอนเทนต์ส่วนใหญ่ทั่วไปได้พอดี การใช้งานยังพบว่าขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 12.4 นิ้ว นับว่าจุใจ คู่ควรกับคุณภาพภาพที่ออกมาได้ทั้งความคมชัด สีสันเตะตา และความว่องไวในการสัมผัสน่าประทับใจในระดับที่สูงยิ่งกว่าไอแพด ขณะที่ขอบจอมีให้มาพอดีกับการวางนิ้ว แต่ไม่มากถึงขั้นที่จะทำให้แลดูไม่น่ามอง

จุดน่าเสียดายที่สุดของจอภาพในแท็บเล็ต รุ่นนี้เป็นความถี่สูงสุดเพียง 60 Hz ซึ่งเป็นสิ่งที่แท็บเล็ตชั้นนำส่วนใหญ่สมัยนี้เปลี่ยนไปรองรับความถี่ที่มากขึ้นกว่านี้แล้ว ยังไม่นับสมาร์ตโฟนชั้นประหยัดหลายค่ายที่รองรับความถี่มากกว่า 60 Hz ทั้งยังไม่รองรับระบบภาพ HDR เรียกว่า จอภาพแท็บเล็ตรุ่นนี้พื้นฐานแน่นแต่ไม่ได้หวือหวานัก
การใช้งานพบว่า แท็บเล็ตรุ่นนี้รองรับการทำงานทั่วไปและความบันเทิงพื้นฐานได้ครอบคลุม อาทิ การพิมพ์งาน ค้นหาข้อมูล ผ่านอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเล่นเกมทั่วไปที่กราฟิกไม่สูงนัก แต่หากเป็นผู้ที่กำลังมองหาแท็บเล็ตเล่นเกมที่กราฟิกสูงๆ แนะนำให้ลอง Lenovo Tab P11 Pro แทนดีกว่า
อย่างไรก็ดี การเปิดแอพพลิเคชั่นและระยะเวลาในการโหลดข้อมูลอาจรู้สึกว่าช้าไปเล็กน้อย โดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้สมาร์ตโฟนระดับเรือธงแล้วมาใช้แท็บเล็ตรุ่นนี้ ขณะที่การใช้งานปากกา S Pen นั้นสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม เพราะฟีเจอร์พิเศษของปากกานี้ตามมาด้วยอย่างครบครันเหมือนในเรือธงทุกประการ

อีกจุดที่โดดเด่นและน่าชื่นชมที่สุดเป็นแบตฯ ขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 10,090 mAh ทำให้แท็บเล็ตใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 8 ชั่วโมงเต็ม ผู้ที่มีแท็บเล็ตไว้ใช้เป็นอุปกรณ์สำรองหายกังวลได้ เพราะแท็บเล็ตรุ่นนี้จะใช้งานได้นานหลายวัน แต่น่าเสียดายที่ระบบการชาร์จพลังงานค่อนข้างช้าในแท็บ 7 เอฟอี แม้ตัวเครื่องจะรองรับชาร์จเจอร์ขนาดสูงสุด ได้ 45 วัตต์ (W) ฟาสต์ ชาร์จจิง แต่ชาร์จเจอร์ที่แถมมานั้นมีขนาด เพียง 15 W ทำให้การชาร์จจากศูนย์จนเต็ม ร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นต้องใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง(แนะนำให้ชาร์จทิ้งไว้เวลานอนก็แล้วกัน)
สรุปว่า ซัมซุง กาแล็กซี แท็บ 7 เอฟอี ที่กำลังมองหาทางเลือกสำหรับแท็บเล็ตโอเอสแอนดรอยด์สำหรับทำงานเป็นหลัก โดยเป็นงานที่ต้องการความละเอียดมากขึ้นกว่าแค่การมองจ้องและใช้นิ้วจิ้ม แม้จะไม่สามารถทดแทนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้ทั้งหมด
แต่ราคาของแท็บ 7 เอฟอีนั้นเข้าถึงได้มากกว่ารุ่นเรือธง สนนราคาเริ่มต้นที่ 19,990 บาท
จันท์เกษม รุณภัย
ภาพ – เทคเรดาร์