สมศ.ปลื้มใจสถานศึกษาขานรับ – เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. รายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบปี 2564 (ต.ค.2563-ก.ย.2564) ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยรูปแบบการประเมินแบบออนไลน์ 100% ว่า สามารถประเมินและรับรองผลให้แก่สถานศึกษาการศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล 1-3 และประถมศึกษา-มัธยมศึกษา) และด้านการอาชีวศึกษาได้แล้วจำนวน 13,003 แห่ง
ซึ่งในจำนวนนี้มี 3,825 แห่ง เป็นสถานศึกษาที่ได้รับการประเมินและมีการรับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกเสร็จเรียบร้อยทั้ง 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การประเมินและวิเคราะห์รายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) และระยะที่ 2 การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหรือ การตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลของสถานศึกษาด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (Site Visit Online) โดยสมศ.ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการประเมินภายใต้แนวทางการทำงานแบบกัลยาณมิตร โดยไม่สร้างภาระเพิ่มเติมแก่สถานศึกษา

สมศ.ได้แจ้งผลการประเมินไปยังสถานศึกษาเรียบร้อยแล้ว และมีสถานศึกษาจำนวน 9,178 แห่ง ที่ประเมินระยะที่ 1 และได้รับการรับรอง โดยคณะกรรมการสมศ. เมื่อวันที่ 23 ก.ค.
จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการประกันคุณภาพของสถานศึกษา ในการศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล 1-3 และประถมศึกษา-มัธยมศึกษา) และด้านการอาชีวศึกษา ที่เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกในระยะที่ 1 การประเมินและรายงานผลการประเมินตนเอง (SAR) รวม 12,404 แห่ง มีระดับคุณภาพ 3 ระดับ ได้แก่ ดี พอใช้ ปรับปรุง โดยพบว่าส่วนใหญ่ของสถานศึกษามีผลประเมิน “ด้านผู้เรียน” อยู่ที่ระดับคุณภาพ “ดี” รายละเอียดดังนี้
การศึกษาปฐมวัย (ศูนย์พัฒนาเด็ก) มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวนทั้งสิ้น 4,540 แห่ง พบว่ามีผลการประเมินด้านคุณภาพของเด็กปฐมวัยอยู่ในระดับดีจำนวน 3,307 แห่ง คิดเป็น 73%
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อนุบาล 1-3 และประถมศึกษา-มัธยมศึกษา) มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 7,526 แห่ง พบว่ามีผลการประเมินด้านคุณภาพของเด็ก/ผู้เรียน อยู่ในระดับดีจำนวน 7,034 แห่ง คิดเป็น 93%
ด้านการอาชีวศึกษา มีสถานศึกษาเข้ารับการประเมินจำนวน 338 แห่ง มีผลการประเมินด้านคุณลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาที่พึงประสงค์อยู่ในระดับดีจำนวน 277 แห่ง คิดเป็น 82%

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการสมศ.กล่าวว่า ตัวเลขข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอน ผู้เรียน และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ต่างให้ความสำคัญกับการร่วมมือพัฒนาสถานศึกษา-เพื่อให้การเรียนการสอนให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นและเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ สถานศึกษาหลายแห่งมีการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในชั้นเรียนต่างจากการประเมินในรอบที่ผ่านมา ด้วยการประยุกต์ใช้กระบวนการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนำนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้นในอนาคต
สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ดร.นันทากล่าวว่า ได้วางแผนการทำงานให้เกิดความต่อเนื่องจากการประเมินในครึ่งปีแรก โดยในเดือนส.ค.กำลังอยู่ในขั้นตอนของการประเมินผลจากการวิเคราะห์ SAR เพิ่มอีกจำนวน 8,330 แห่ง ซึ่งคาดว่าผู้ประเมินภายนอกจะวิเคราะห์เสร็จสิ้นและส่งกลับมายังสมศ.ได้ภายในช่วงกลางเดือนก.ย.
ดังนั้น ในรอบการประเมินปี 2564 ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้จะทำให้สมศ.สามารถประเมินและรับรองผลการประเมินคุณภาพภายนอกให้แก่สถานศึกษาทุกระดับทั่วประเทศได้มากถึง 21,362 แห่ง ซึ่งมากกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ที่ 17,000 แห่ง กว่า 20%
“สมศ.ยังคงดำเนินการส่งเสริมสถานศึกษาทุกระดับที่มีจำนวนกว่า 61,000 แห่งในรูปแบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ สถานศึกษาเข้าใจถึงแนวทางการประเมินรูปแบบใหม่ ผ่านโครงการส่งเสริมสถานศึกษาและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกภายใต้สถานการณ์โควิด ขอให้นำข้อเสนอแนะที่ได้รับจากสมศ.ในด้านต่างๆ ไปปรับใช้เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาต่อไป” ดร.นันทากล่าว