ไม่พอฉีดด่านหน้า – การจัดสรรวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ ยี่ห้อ ไฟเซอร์ ที่สหรัฐอเมริกาบริจาคช่วยเหลือ สำหรับฉีดแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าไม่ครอบคลุมทั่วถึงเท่าที่ควร

เป็นที่ทราบกันดี วัคซีนชนิดดังกล่าวมีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อโควิดกลายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาที่ระบาดหนักได้ดีกว่าวัคซีนชนิดอื่น จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทีมแพทย์ด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสูง

แต่กลับกลายเป็นว่ากลุ่มด่านหน้าหลาย โรงพยาบาล หลายจังหวัดได้รับวัคซีนไม่เพียงพอ บางแห่งมีเจ้าหน้าที่เป็นแสน กลับได้รับวัคซีน เพียงหมื่น

บางแห่งถึงขั้นต้องจับสลากฉีด ไม่ต่างจากการชิงโชค หรือต้องออกมาร้องขอถึงจะได้

ท่ามกลางปัญหานี้ สวนทางกับสถานการณ์โรคไม่มีแนวโน้มลดลง แถมยังแพร่ระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินการระบาดในไทยยังไม่ถึงขีดสูงสุด หรือจุดพีกเลยด้วยซ้ำ

เนื่องจากสายพันธุ์เดลตาระบาดรวดเร็วหลายเท่า มีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ ทำให้ขณะนี้โควิดเดลตาแพร่ไปกว่า 70 จังหวัด หรือเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศ

จนระบบสาธารณสุขรองรับไม่ไหวแล้ว โดยเฉพาะทีมแพทย์ด่านหน้าอยู่ในสภาพอ่อนล้า เต็มทน แม้ได้รับวัคซีนไปก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการป้องกัน

วัคซีนคุณภาพดีจึงจำเป็นสำหรับ ด่านหน้า นอกจากด้านชีวิตแล้ว ยังสร้างขวัญกำลังใจทำหน้าที่ต่อสู้กับโรค

ขณะที่การจัดหา บริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล จนถึงขณะนี้ก็ยังล่าช้า เกิดข้อผิดพลาดมากมาย แต่ก็ยังดูเหมือนไม่แก้ไข สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใส และความซ่อนเร้นต่างๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

ถึงเวลาแล้วหรือยัง รัฐบาลต้องอธิบายชี้แจง ต่อสังคมให้มากกว่าที่เป็นอยู่ และจะฉีดให้ครอบคลุมประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ครบเมื่อไหร่

ขนาดวัคซีนที่ได้รับการบริจาคช่วยเหลือจากต่างประเทศ ไม่ต้องใช้งบประมาณจัดซื้อ การจัดสรร กระจายแจกจ่ายไปยังกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง และทีมแพทย์ด่านหน้ายังไม่สะดวกราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

เพราะอย่างนี้ สังคมจึงรับไม่ได้กับกฎหมายนิรโทษกรรมผู้เกี่ยวข้องกับนโยบายบริหารจัดการวัคซีน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน