‘เพลงขวัญ’ฝ่าบททดสอบ พลิกเล่นร้ายสวมวิญญาณผี – จากสาวหวานสวยพลิกบทบาทมาเป็นนางร้าย สำหรับนักแสดง ‘เพลงขวัญ’ นัตยา ทองเสน แถมเป็นนางร้ายที่ไม่ธรรมดาเพราะเป็นผีอาฆาต ในละครเรื่อง “ห้องสุดท้ายหมายเลข 6” ทางช่องวัน 31 ปะทะพระเอกใหม่ ‘เพชร โบราณินทร์’ และนางเอกสาว ‘เฟิร์น’ นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล
วันนี้มาพูดคุยเจาะลึกกับดาราสาว ถึงการแสดงบทร้ายครั้งแรกแถมเป็นผีด้วย รวมทั้งเรื่องราวของหัวใจ

ในละคร “ห้องสุดท้ายหมายเลข 6” บทบาทเป็นอย่างไร?
เพลงขวัญ – “เรื่องนี้รับบทเป็นผีเบล เป็นเรื่องแรกที่พลิก บทบาทจากสาวหวานสวย มาเป็นร้าย ร้ายสุดๆ ก็เป็นผีไปเลยค่ะ”
เรื่องนี้ยากง่ายยังไง?
เพลงขวัญ – “เพลงว่ามันยาก เพราะเราไม่เคยแสดงและศึกษาความรู้สึกของคนมาก่อน แบ๊กสตอรี่มันค่อนข้างจะดาร์ก เพราะตัวเบลเป็นเด็กกำพร้า อยู่บ้านเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก ขาดความอบอุ่น ถ้าใครที่รักเขา เขาก็จะรักๆๆ สุดหัวใจ รักจนเกิด เรื่องราวต่างๆ ในห้องสุดท้ายหมายเลข 6 คือพอเขาตายก็รับ ไม่ได้ว่าจะไม่ได้อยู่กับพระเอกคือกาย (เพชร โบราณินทร์) แล้วก็มีเพียงรัก (เฟิร์น นพจิรา) ที่เป็นแฟนเก่าของกายเข้ามาอีกคือจริงๆ เบลเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง แต่พยายามทำดีเฟรนด์ลี่ พูดคุยกับทุกคน เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่มีคนที่จะคุยดีกับเขาเลย มีแค่กาย ที่ดีกับเขา จนพอตัวเองตายก็รับไม่ได้ที่จะปล่อยให้กายอยู่คนเดียว แล้วก็มีเรื่องรักสามเส้าเข้ามาอีก เขาเลยรับไม่ได้ กลายเป็นจากหน้ามือเป็นหลังมือ ใครที่เคยทำไม่ดีกับเขา เขาก็มาแก้แค้น”

“แล้วด้วยการที่เบลตาย ถูกฆ่าข่มขืน โดนกระทำ ทำร้ายจนตาย มันก็เลยจะมีความยากของซีนนี้ ฉากข่มขืนใช้เวลาถ่ายทำหนึ่งวันเต็มๆ ตั้งแต่เช้าจนถึงสี่ทุ่มเลย อยู่กับอารมณ์อย่างนั้นน่ะ ค่อนข้างที่จะดาร์กและยากมาก มันเลยทำให้เพลงต้องทำการบ้านหนักขึ้นกับบทนี้ เพราะว่าร้ายไม่พอ มันยังมีมุมรักดาร์กๆ เข้ามาอีก ทำให้เพลงต้องไปเรียนแอ๊กติ้งเรียนวอยซ์เพิ่ม”

คาแร็กเตอร์เรื่องนี้ไม่เหมือนกับเรื่องที่ผ่านๆ มา มีความใกล้หรือไกลตัวเราอย่างไร?
เพลงขวัญ – “เรื่องนี้ไกลตัวมาก (หัวเราะ) เพราะเบลเป็นผีอ่ะเนอะ แล้วถ้าให้พูดเรื่องผี เราไม่เคยเจอแล้วก็ไม่อยากเจอ ไม่ได้รู้สึกว่าเรามีเซนส์ เรื่องนี้เล่นเป็นผี เราก็ไม่ค่อยเข้าใจในความคิดของผีหรือตัวของเบล เพราะตัวเองจะเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ถ้าไม่รักเราก็เลิก แต่เบลเนี่ยไม่ได้ ถ้าไม่รักก็จะต้องทำให้เขารัก รักฝังจิตฝังใจ มันค่อนข้างไกลตัวเพลง แล้วตัวเบลค่อนข้างเป็นผู้หญิงจ๋า มีความอ่อนไหว เวลาไปเล่นก็ค่อนข้างละเอียด ซึ่งต่างกับตัวเราที่เป็นคนโผงผาง ตรงๆ ไม่ค่อยอ่อนโยนเท่าไหร่ ก็ไกลตัวมากๆ เลยค่ะกับบทนี้”

ร่วมงานกับ ‘เพชร โบราณินทร์’ พระเอกใหม่ เป็นอย่างไรบ้าง?
เพลงขวัญ – “กับเพชรค่อนข้างจูนกันง่าย แต่กว่าจะจูนได้ก็ ค่อนข้างนาน เพราะพอเข้าฉากมันก็รักกันมากเลย โดยที่เราไม่มี โอกาสได้เวิร์กช็อปด้วยกัน ต้องไปเจอหน้างานแล้วต้องรีบทำความรู้จัก มีโอกาสก็จะพยายามคุยกันมากขึ้น แล้วตัวเพชรเป็นคนไม่ค่อยคุย แต่เราทำงานด้วยกันก็ต้องคุยกัน พอคุ้นเคยพูดคุยกันแล้ว หลังจากนั้นก็สนิทกัน มีการปรึกษาเรื่องการแสดงกัน เพชรจะทำการบ้านในส่วนของเขาซึ่งที่เพลงได้ยินมาเขาจะไปนั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ดูเพลงเล่นในบทเบลเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้กับตัวละคร ก็ถือว่าโอเคนะ”

เข้าวงการมากี่ปีแล้ว มองวงการเปลี่ยนไปจากเดิมไหม อย่างไร?
เพลงขวัญ – “เพลงเข้าวงการจากการร่วมประกวดรายการ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ก็ประมาณ 4-5 ปีแล้ว วงการเปลี่ยนไปค่ะจากครั้งแรกที่เข้ามา เพราะเพลงเข้าวงการมาด้วยการเป็นนางแบบ ไม่ได้ต้องมาแสดงอะไรแบบนี้ แค่ถ่ายรูปเดินแบบแฟชั่นนิดนึง แล้วเพลงก็ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นนักแสดง ก็มองวงการบันเทิงเปลี่ยนไป มันหลากหลายมากนะ ไม่ใช่แค่ว่าเป็นนักแสดงแล้วจะง่าย เพราะแต่ละบทบาทที่ได้รับมีความต่างกัน ในทุกๆ วันที่เกิดขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก มันไม่ใช่เราอยู่แค่ในวงของการแสดงนะ เราก็จะต้องดูสถานการณ์ภายนอกว่าคนเดี๋ยวนี้คิดยังไง เป็นยังไง มองยังไงต่อโลก มันต้องมีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ”

“แต่สิ่งหนึ่งที่เพลงมองว่ามันไม่เปลี่ยน คือคนที่เป็นนักแสดงที่มีวินัยก็จะสามารถยังคงอยู่ได้ในวงการนี้ เพลงว่าวงการนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นนักแสดงคือการมีวินัย การตรงต่อเวลา การมีความรับผิดชอบ มันสำคัญ คือโลกมันเปลี่ยนไปทุกวัน การแสดงก็เลยต้องเปลี่ยนไปตามการพัฒนาของโลกใบนี้ ก็ต้องศึกษาคือถ้าเราหยุดเรียนรู้ เราก็จะล้าหลัง ตามคนอื่นไม่ทัน แล้วโลกของการแสดงเดี๋ยวนี้มีนักแสดงหน้าใหม่เข้ามาเยอะ มีคนสวย คนเก่งเยอะ แต่เราจะทำอย่างไรให้เราอยู่ได้ อันนั้นแหละสำคัญ”

นอกจากชื่อเสียงเงินทองแล้ว เราได้อะไรจากวงการบันเทิงบ้าง แล้ววางแผนอนาคตในวงการไว้อย่างไร?
เพลงขวัญ – “บอกตรงๆ การเป็นนักแสดงของเพลง เพลงก็หวังว่าวันนึงจะประสบความสำเร็จด้วยการที่เรามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ของคนทั้งในประเทศนอกประเทศ อยากจะเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่เก่งและมีคนรักเราแบบที่เราเห็นพี่ๆ นักแสดงรุ่นพี่หลายคนประสบความสำเร็จ ก็อยากเป็นแบบนั้น มันเป็นอาชีพแรกที่เพลงเรียนจบมาแล้วได้ทำ อนาคตก็อยากทำอาชีพนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแก่ไม่มีแรง ตอนนี้เรายังเด็กอยู่ อายุแค่ 23 ก็อยากทำให้เต็มที่ มีแรงทำก็จะทำไปเรื่อยๆ”
หลายคนมองว่าเพลงขวัญเป็นลูกรัก มีงานต่อเนื่องไม่ขาด?
เพลงขวัญ – “ถ้าทุกคนบอกว่าเพลงเป็นลูกรักก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพลงได้โอกาสดีๆ เข้ามาก็ไม่อยากทิ้งโอกาสไปแบบเสียเปล่า ก็อยากทำให้ดีที่สุด แล้วเราก็ยังมีแพสชั่นในการทำตรงนี้ อยากทำต่อไปเรื่อยๆ”

ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างไรในภาวะวิกฤต โควิด?
เพลงขวัญ – “ชีวิตตอนนี้อยู่แต่บ้าน ไม่ได้ไปไหน ตื่นเช้ามาอาบน้ำ กินข้าว นั่งเล่นที่โซฟา ออกกำลังกาย มันจะวนอยู่อย่างนี้ เครียดนะ เพราะแต่ก่อนเราทำงานมีรายได้เรื่อยๆ ไม่มากก็น้อย แต่ก็ยังมีมาเรื่อยๆ ยังได้วางแผนเรื่องเงิน เพราะเพลงไม่ได้ไปรบกวนที่บ้านแล้วเรื่องการใช้จ่าย
ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบททดสอบว่าเราจะผ่านมันไปได้หรือเปล่า พออยู่บ้านคนเดียวมันก็จะเหงา คุยกับกำแพง ไม่รู้จะทำอะไร ไม่ได้ออกไปดูโลกภายนอกด้วย มันก็จะรู้สึกหดหู่ ดูข่าวก็เศร้าใจ แต่ก็บอกกับตัวเองว่าทุกคนก็ต้องเจอ เราต้องอดทนตราบที่เรายังมีลมหายใจ มันต้องมีทางออก จริงๆ ทุกคนก็ได้รับผลกระทบหมด
ก็ขอให้โควิดหายไปไวๆ จะได้กลับมาปกติสักที 5 เดือนแล้วที่ต้องทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือ ขนาดเพื่อนยังไม่ได้เจอเลย แล้วเพลงบ้านอยู่ภูเก็ต กลับบ้านก็เป็นห่วงคนที่บ้าน เพลงอยู่ที่นี่เผื่อมีงานจะได้สแตนด์บายรอไว้”

ถามเรื่องหัวใจหน่อย มีคนดูแลหรือยัง
เพลงขวัญ – “ก็มีคุยไปเรื่อยๆ แหละ”
หนุ่มในสเป๊กเป็นอย่างไร?
เพลงขวัญ – “เพลงชอบผู้ชายเก่ง ฉลาด ชอบคนอายุมากกว่า มีความเป็นผู้นำ หน้าตาไม่ได้ฟิกซ์ว่าต้องเป็นแบบไหน ขอแค่เป็นคนเก่ง คนดี และจริงใจ”

นิยามความรักของสาวที่ชื่อ เพลงขวัญ เป็นอย่างไร?
เพลงขวัญ – “นิยามความรักคือการที่มีความรักที่ดี ต่างผลักดันซึ่งกันและกันไปในทางที่ดี คือมีแล้วชีวิตฉันดีขึ้น ชีวิตเธอดีขึ้น แค่นั้นก็พอ ไม่มีนิยามที่ตายตัวแต่ขอประมาณนี้”