‘คาร์ล่า’ทำทุกอย่างเพื่อลูก ไม่ยึดติดเปลือกนอก – ดีเจสาว ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ‘คาร์ล่า ปอร์เทอร์’ อดีตดารานางแบบที่มีตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2009 การันตีความสวย ไม่สนหัวโขน ตอนนี้หยิบจับอะไรที่เป็นเงินทำหมด

ทำงานหลายอย่างเลย มีอะไรบ้าง?
คาร์ล่า – “หลักๆ เป็นดีเจคลื่นเอฟเอ็ม 107 แล้วอาชีพหลักจริงๆ เป็นคุณแม่ แต่นอกจากนั้นคือเป็นดีเจ พิธีกรอีเวนต์ รับลงเสียง แต่พอเกิดวิกฤตโควิดไม่สามารถกลับไปจัด อีเวนต์ได้ การงานค่อนข้างหาย แต่งานวิทยุยังจัดอยู่เหมือนเดิมค่ะ”

รับบทแม่ค้าขายทุกอย่าง?
คาร์ล่า – “จริงๆ ขายก่อนวิกฤตโควิดอีกค่ะ เรามีลูกสาว แล้วเราชอบประดิดประดอย เห็นของเด็กน่ารัก แต่ในตลาดของเบบี๋ยังไม่มี เลยคิดว่าลองทำดีกว่า ไปซื้อลูกปัดเอยมุกเอยมาร้อยทำเป็นแอ๊กเซสเซอรี่ของเบบี๋ แล้วเราเป็นคุณแม่ก็อยากใส่คู่กับลูก เลยทำเป็น แอ๊กเซสเซอรี่แม่ลูกก่อน”
“หลังจากนั้นก็อยากทำอะไรเกี่ยวกับเด็กมากขึ้น คาร์ล่าเป็นคุณแม่นักปั๊ม ปั๊มนมเยอะมาก เห็นถึงปัญหาของคุณแม่ที่ต้องการอะไรเวลาปั๊มนม เลยคิดผลิตภัณฑ์ถุงนมต่อเข้ากับกรวยปั๊มนม มันตอบโจทย์คุณแม่ที่ทำงานนอก สถานที่ ก็เลยทำขายเอง 2 อย่าง แล้วเริ่มหันมาทำเสื้อผ้าเด็กเล็กๆ น้อยๆ”
“ล่าสุดหันมาขายหอย…นางรม น้องสาวขายก่อน แล้วมีอยู่วีกหนึ่งที่เขาสั่งสต๊อกมาเยอะเกินไป เลยให้เราช่วยโพสต์ในไอจี ปรากฏขายได้ น้องสาวเลยชวนมาทำ ซึ่งหอยนางรมเราอิมพอร์ตส่งตรงจากฝรั่งเศส คือมันยังมีชีวิตจริงๆ อยู่ แล้วก็แพ็กส่งให้ลูกค้า อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นมาขายหอย (หัวเราะ)”

ขายเสียงด้วย?
คาร์ล่า – “ค่ะ ลงเสียงภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ลงหมดเลย โฆษณาหรือใช้กับวิทยุหรือเป็นเสียงรอสาย ขายหมดค่ะ”
ขายลายมือคืออะไร?
คาร์ล่า – “จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะฝึกมาเพื่อขายลายมือ เราทำเป็นงานอดิเรก เปิดยูทูบค่อยๆ คัดเรื่อยๆ ทุกอย่างไม่ได้ได้มาง่ายๆ คาร์ล่าไม่ได้มีพรสวรรค์ เกิดมาไม่ได้ลายมือสวย มันคือเขียนไปเรื่อยๆ เริ่มจากช่วยเพื่อนเขียน แล้วเพื่อนโอนเงินมาให้ ก็งงว่านี่งานจ้างเหรอ แล้วเพื่อนก็บอกว่ายูเขียนสวยนะ ต้องมั่นใจ ยูฝึกไปเรื่อยๆ นี่แหละมันหาเงินได้ ก็ค่อยๆ ฝึกมาเรื่อยๆ เขียนมาข้ามปีเหมือนกัน แล้วอยู่ดีๆ มีคนไดเร็กต์เข้ามาอยากให้เขียนการ์ดงานกาล่าดินเนอร์ ก็เลยเริ่มรับมาเรื่อยๆ แปลกดีเหมือนกันจากงานอดิเรกที่เราชอบ มันสามารถหาเงินได้จริงๆ”

รายได้ดีไหม?
คาร์ล่า – “เริ่มต้นจากราคาเบสิก ตอนแรกที่เพื่อนให้มาเราไม่ถามเลยด้วยซ้ำ เขาบอกเขียนชื่อให้หน่อย แล้วเขาก็เสนอเงินจำนวนหนึ่งมาให้ เราก็ว่ามันเยอะไปหรือเปล่า ชื่อละตั้ง 50 บาท เขาบอกว่าไม่ เพราะเป็นราคาสแตนดาร์ด บางทีคนที่เขียนสวยมากๆ ชื่อละ 80 บาท บางคนเป็นร้อยก็มี เรตจะต่างกันออกไป”
“มีคนมาให้ความสนใจเยอะอีกรอบเมื่อ ปีที่แล้วตอนดั๊กกี้น้องสาวลีเดียแต่งงาน อยากจ้างให้คาร์ล่าเขียน แต่เราบอกไม่เป็นไร เต็มใจให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน หลังจากนั้นเหมือนคนคงตามมาจากแฮชแท็กของงานแต่งที่ลีเดียหรือดั๊กกี้ลง”

มันต่างยังไงกับการที่เราใช้ฟอนต์ในเวิร์ดปรินต์ลงไปบนซองแต่งงาน?
คาร์ล่า – “ถ้าคิดว่าต่างไหม ไม่ต่าง มันก็เป็นคาลลิกราฟี่ (Calligraphy) เหมือนกัน แต่พอคนที่ได้รับเห็นว่าเขาใส่ใจรายละเอียด จ้างคนมาเลย มันทำให้คนรับรู้สึกพิเศษ แต่คาร์ล่าก็ยังถือเป็นน้องใหม่สำหรับวงการการเขียน คาลลิกราฟี่ (Calligraphy) ดีใจที่หลายคนให้ โอกาสค่ะ”

ทำหลายอย่าง เหนื่อยแต่สู้?
คาร์ล่า – “เหนื่อยค่ะ เพราะลูกใกล้เข้าเรียนแล้ว ไม่รู้ว่าวิกฤตแบบนี้เมื่อไหร่เราจะกลับมาหาเงินได้เหมือนปกติสมัยก่อนที่เราเคยหาได้ง่ายๆ จากการเป็นพิธีกร คือมันต้องหารายได้เสริมทุกทางจริงๆ คาร์ล่าเชื่อว่าถ้าเราเป็นคนขยัน หาทำนู่นนี่นั่น ยังไงก็ไม่จนแน่นอน เราไม่เลือกงานแล้วค่ะตอนนี้ กี่บาทกี่สตางค์ตอนนี้มีค่าทั้งนั้น คาร์ล่าไม่เกี่ยงว่าเคยเล่นละคร เคยเป็นนางแบบ อยู่ดีๆ มาเป็นแม่ค้าขายหอย โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้ยึดติดกับการว่า..เป็นแม่ค้า คือตอนนี้ทุกคนต้องหาทางดิ้นรนหาเงิน”

งานละครงานเดินแบบคือไม่รับแล้วเหรอ?
คาร์ล่า – “ไม่ใช่ไม่รับ ถ้ามีใครมอบโอกาสให้ก็โอเค แต่ด้วยรูปร่างคาร์ล่าไม่เหมือนเดิม อันนี้ต้องยอมรับว่านิยามความงามของประเทศไทยไม่เหมือนที่อื่น ค่อนข้างพิเศษ แล้วคาร์ล่าไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ ตั้งแต่เด็กจนโตไม่ว่าจะผอมขนาดไหนก็ถือว่าผอมไม่พอ ขาวไม่พอสักที แต่ดีใจที่ตอนนี้ประเทศเราเริ่มเปิดรับรูปร่างหลากหลายแบบ สีผิวหลากหลายสีมากขึ้น รู้สึกดีแต่ก็ช้าไปสำหรับคาร์ล่า”

“อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ต้องออกมาคว้าทุกอย่างที่สามารถคว้าได้ก็คือลูก เพราะเราไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ไม่ว่าจะหาเงินช่องทางไหนหรือเหนื่อยขนาดไหนก็ห้ามตาย เพราะไม่งั้นไม่มีใครเลี้ยงลูก”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล