คำนึงถึงประชาชน – พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม
กับรัฐมนตรีอีก 5 คน ประกอบด้วย รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข, รมว.คมนาคม, รมว.เกษตรและสหกรณ์, รมว.แรงงาน และรมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งหมด 6 คน
ขั้นตอนต่อไปประธานสภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะบรรจุเป็นญัตติด่วน จากนั้นแจ้งนายกฯ ทราบ หารือคณะรัฐมนตรี ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดวันเวลาที่เหมาะสม
คาดช่วงปลายเดือนส.ค. หรือต้นเดือนก.ย.
การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้น เป้าหมายใหญ่ที่สังคมเฝ้าจับตารอ คือนายกฯ กับรมว.สาธารณสุข จากความผิดพลาดเรื่องแก้วิกฤต โควิด การบริหารจัดการวัคซีน เศรษฐกิจทรุดต่ำ รวมทั้งการใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุ
พรรคร่วมฝ่ายค้านระบุพฤติการณ์ และข้อกล่าวหาฉกรรจ์ต่อหัวหน้ารัฐบาล อาทิ ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไร้ความสามารรถ ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเสียหายอย่างร้ายแรงทุกด้าน
โดยเฉพาะการบริหารสถานการณ์โควิด ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เศรษฐกิจดิ่งเหว จัดหาวัคซีนปิดบังอำพราง ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ เลือกปฏิบัติ วัคซีนไม่มีประสิทธิภาพ
หากปล่อยให้บริหารต่อไป จะนำมาซึ่งความหายนะของชาติ และจะตายกันหมด
แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 ครั้งก่อนหน้า เสียงส.ส.ซีกรัฐบาลยังคงสนับสนุนอย่างท่วมท้น แต่สำหรับครั้งนี้สถานการณ์แตกต่าง ออกไป ด้วยความผิดพลาดดังที่ประจักษ์ชัดแจ้งทั่วทั้งสังคม
ผู้คนทุกข์ยากเดือดร้อน ทั้งจากการทำมาหากินดำรงชีพ ความเจ็บป่วย ความตายจากโรคระบาด หรือการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่เป็นผลจากการบริหารงานผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของรัฐบาลในแทบจะทุกด้าน
ดังนั้น นอกจากการอภิปรายของฝ่ายค้านแล้ว ยังมีกระแสเรียกร้องต่อส.ส.รัฐบาล ต้องฟังความเดือดร้อนจากประชาชนด้วย โดยคาดหวังว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง หรือสั่นสะเทือนจากการซักฟอกที่จะเกิดขึ้น
จะตัดสินใจโดยคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก หรือเป็นฐานค้ำจุนอำนาจต่อไป บนซากความเจ็บป่วยและตายของผู้คน และซากหักพังของประเทศ