กี่ปีมาแล้ว – คําพูดนักแสดงตลกคนดังที่ว่า “มันลำบาก มันลำบากจริงๆ กี่ปีมาแล้ว” แม้เป็นบริบทขำขันทางการแสดง แต่ตรงใจผู้คนจำนวนมาก รวมถึงเพื่อนร่วมวงการบันเทิง ทุกวันนี้แต่ละวันจะมีข่าวคนในวงการบันเทิงเผยความในใจ เผยสถานะทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง ต้องขายทรัพย์สิน ปิดร้านอาหาร ใช้เงินออม เปลี่ยนอาชีพ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าสร้างรายได้เพียงพอค่าใช้จ่ายหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้อาชีพในวงการบันเทิง ไม่ว่านักร้องนักแสดง ทั้งลูกทุ่ง ป๊อป และอินดี้ ล้วนไม่มีงาน ที่สำคัญคือไม่มีโอกาสรู้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อใด คำพูดว่า “กี่ปีมาแล้ว” สำหรับหลายคนนอกเหนือจากคนในวงการบันเทิง คือการเผชิญกับเศรษฐกิจที่ไม่สดใสมาตั้งแต่ก่อนวิกฤตโควิด-19 อาการป่วยทางเศรษฐกิจของไทยเริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่เหตุรัฐประหารปี 2557 เนื่องจากภาวะชะงักงันทางประชาธิปไตยล้วนส่งผลด้านลบต่อเศรษฐกิจทั้งสิ้น ช่วงปีแรกๆ ของการรัฐประหาร ฝ่ายมีอำนาจบริหารอาจใช้ตัวเลขจีดีพีต้านทานไว้ได้ในระดับกลางถึงระดับบน และไม่ได้ยินเสียงบ่นของคนหาเช้ากินค่ำมากนัก ขณะที่กลไกการเลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่ ไม่ช่วยให้การเมืองสะท้อนเสียงส่วนใหญ่ที่แท้จริงของประชาชน การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจึงไม่เดินไปในทิศทางที่ตอบสนองคนส่วนใหญ่ กระทั่งเมื่อเกิดโรคระบาดโควิด-19 เป็นทั้งตัวแปรและตัวเร่งปฏิกิริยา สถานการณ์เศรษฐกิจของจริง เจ๊งจริง เผาจริง จึงปรากฏ ตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ทั้งหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินเอกชนต่างรับสภาพว่าทั้งปีจะต้องติดลบ และเข้าสู่ภาวะถดถอยสองปีซ้อน ภาคเอกชนประเมินว่าเศรษฐกิจในพื้นที่สีแดงเข้มเสียหายเดือนละ 3-4 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 78 ของจีดีพี เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์กลายเป็นทางเลือกเดียวที่จำเป็นต้องยอมจำนน เนื่องจากการฉีดวัคซีนยังมีสัดส่วนต่ำ ยังล่าช้าและมีข้อจำกัด ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการทางการเมือง มันลำบาก มันลำบากจริงๆ กี่ปีมาแล้ว เป็นคำพูดที่สะท้อนสถานการณ์ขณะนี้