การต่อยอดของ “คาร์ปาร์ก” จากรากฐานของ “คาร์ม็อบ” กำลังได้รับการจับตามอง

ไม่ว่าจะจากรัฐบาล ไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

หรือแม้กระทั่งจากพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล

อาจมิใช่เพราะนี่คือความร่วมมือกันระหว่าง นักออกแบบการเคลื่อนไหวอย่าง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ กับนักปฏิบัติอย่าง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

หากอยู่ที่ 2 คนนี้จะประสานไปยัง “คนรุ่นใหม่” อย่างไร

สายสัมพันธ์ระหว่าง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้าใจได้

ไม่เพียงเพราะ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เคยมีส่วนอย่างสำคัญในการปลุก “สปิริต” ของคนเสื้อแดงให้อยู่ยั้งยืนยงหลังเดือนพฤษภาคม 2553

ด้วยการเคลื่อนไหวภายใต้คำประกาศ “ที่นี่มี คนตาย”

หากที่สำคัญก็คือ เขาได้รับมอบหมายจาก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ให้ช่วยประสานและปลอบประโลม “คนเสื้อแดง” ที่กำลังกะปลกกะเปลี้ยจากการถูกล้อมปราบ

ใจ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ จึงเป็นหนึ่งเดียว

โจทย์ทางการเมืองสำคัญเป็นอย่างมากอยู่ที่การเชื่อมกับ “คนรุ่นใหม่”

ทั้ง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มีความเข้าใจต่อการเคลื่อนไหวของ “เยาวชน” คนรุ่นใหม่อยู่แล้วโดยพื้นฐาน

ไม่ว่าการเคลื่อนไหวในปี 2563 ไม่ว่าการเคลื่อนไหวในปี 2564

ภายในขบวน “คาร์ม็อบ” ก็มี “ราษฎร” เข้าร่วม ภายในขบวน “คาร์ปาร์ก” ก็มี “กลุ่มทะลุฟ้า” เป็นองค์ประกอบอย่างสำคัญจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เพียงแต่หลัง “คาร์ปาร์ก” จะ “ออกแบบ” การเคลื่อนไหวอย่างไรเท่านั้น

จากคำยืนยันของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เด่นชัด

เด่นชัดว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ ไม่ว่าจะมองผ่าน “คาร์ม็อบ” ไม่ว่าจะมองผ่าน “คาร์ปาร์ก” จะต้องมีการพัฒนาและต่อยอดไปอีกก้าวใหญ่แน่นอน

นี่ย่อมเป็น “โปรแกรม” และ “นวัตกรรม” อันควรติดตาม

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน