เพื่อไทยลั่นต้องน็อกเอาต์‘บิ๊กตู่’ – เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ Think Lab พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดเสวนา “จากล็อกดาวน์ สู่น็อกดาวน์ประเทศไทย” โดยมีพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคและผอ.ศูนย์นโยบายพรรค นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม ร่วมเสวนา
นายพิชัยกล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พรรคเพื่อไทยจะชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ทุกด้าน จะต้องน็อกเอาต์ผู้นำที่ขาดความรู้ความสามารถให้สลบ และหามออกจากเวทีการเมืองไป ไม่ต้องกลับมาอีก
ขณะที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนพล.อ.ประยุทธ์ได้ทันที อยากให้ดำเนินการ 5 เรื่องหลัก คือ 1.คิดถึงการฟื้นเศรษฐกิจล่วงหน้าว่าจะต้องทำอย่างไร ไม่ใช่คิดแต่เยียวยาอย่างเดียว 2.แนวคิดคนละครึ่งโดยรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วยกันลงขันออกนโยบายเพื่อพยุงเศรษฐกิจโดยการลดหนี้ ลดดอกเบี้ย ยืดการชำระเงิน เพื่อให้ธุรกิจสามารถฟื้นกลับมาได้ใหม่หลังผ่านพ้นวิกฤต 3.การสั่งจองวัคซีนที่มีคุณภาพล่วงหน้า ทั้งโนวาแวกซ์ ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา รวมถึงยาป้องกัน ยาพ่น และยาที่ใช้รักษาที่ค้นคว้าใหม่ เพื่อทำให้คนไทยอยู่ร่วมกับโรคโควิดได้โดยไม่เสียชีวิต 4.เลิกใช้กำลังกับผู้ชุมนุมและตั้งโต๊ะเจรจาเพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกันอย่างสันติ 5.ดำเนินคดีกับผู้ใช้กำลังเกินขอบเขตกับผู้ชุมนุมและประชาชนที่โดนทำร้าย
ด้านนพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าวัคซีนมาเราต้องฉีดให้เร็ว ให้ทัน เพื่อฟื้นประเทศให้เร็ว ที่ผ่านมาตนพูดมาตลอดว่า ประเทศเราวันนี้วัคซีนคือคำตอบ แต่กลับสั่งวัคซีนน้อย ล่าช้า และยังไม่มีคุณภาพ ผู้บริหารไม่ได้มองไปในอนาคต ไม่ได้ติดตามวัคซีนให้ดี วันนี้คนไทยจึงไม่ไว้วางใจให้ท่านบริหารต่อ เพราะที่ผ่านมาท่านล้มเหลวในการบริหารจัดการ
นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ขอฉายภาพ 6 ขั้นบันไดลงสู่เหวหายนะทางเศรษฐกิจ จากล็อกดาวน์สู่น็อกดาวน์ บันไดขั้นที่ 1 คือการล็อกดาวน์ของเรามีปัญหา เพราะเกิดขึ้นช้า ปล่อยให้เดลตาระบาดแล้วจึงล็อก ทั้งยังล็อกดาวน์แบบเหมาเข่ง ทั้งที่ควรดูว่าภาคส่วนไหนมีผลต่อเศรษฐกิจสูง ติดเชื้อน้อยต้องไม่ล็อก แต่มุ่งไปที่การฉีดวัคซีน แต่ถ้าภาคส่วนไหนมีผลเศรษฐกิจน้อยแต่ติดมาก จะล็อกเราไม่ว่ากัน บันไดขั้นที่ 2 เทิร์นดาวน์ข้อเสนอต่างๆ จนเป็นปัญหา รัฐบาลปฏิเสธรับฟังข้อเสนอจากส่วนต่างๆ ที่ต้องการเข้ามาช่วย พรรคเพื่อไทยเคยเสนอหลายๆ โครงการ เช่น มาตรการคงการจ้างงาน หลังๆ เพิ่งมาพยายามทำ แต่ทำแบบไม่เข้าใจ
บันไดขั้นที่ 3 สโลว์ดาวน์ เกิดจากรัฐบาลที่สโลว์ไลฟ์ ช้า ไม่ถูกทิศไม่ถูกทางของผู้ออกแบบนโยบาย ทำให้มาตรการต่างๆ ออกมาช้า และไม่เพียงพอ ทำให้เศรษฐกิจสโลว์ดาวน์ บันไดขั้นที่ 4 ชัตดาวน์ คือการชัตดาวน์ของภาคเอกชน นั่นหมายถึงต้องปลดคนงานทิ้ง ทำให้คนตกงาน บันไดขั้นที่ 5 การเบรกดาวน์ของสถาบันการเงิน และบันไดขั้นที่ 6 น็อกดาวน์ เมื่อทุกอย่างมีปัญหา สุดท้ายคือการน็อกดาวน์ของเศรษฐกิจประเทศไทย ถูกไล่ลงจากเวที หมดสภาพ วันนี้ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์นั้นหนักกว่าที่ท่านเข้าใจ อยากให้รัฐบาลใช้มาตรการทางการเงิน และการคลังให้ตรงจุด รวดเร็วและชาญฉลาด