คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย…ธานี ทวีเกิด – อดิษัยต์ พรวนพิมพ์ / เรื่อง – ภาพ
แฉเล่ห์แอพฯกู้ออนไลน์เงินด่วน-ดอกบานตะไทตร.ลุยทลาย4นายทุนจีน – “เงินด่วน กู้ง่าย อนุมัติเร็ว ให้วงเงินสูง อนุมัติไวมาก”
“ยืมเงินผ่านแอพ อนุมัติไวสุดใน 10 นาที โอนเข้าบัญชี ได้จริง”
“กู้ยืมเงินด่วนโอนเข้าบัญชี 24 ชั่วโมงได้จริงผ่านออนไลน์”
“เงินด่วนเพื่อทุกคน-อนุมัติใน 30 นาที”
สารพัดโฆษณาเงินกู้ทันใจที่ผุดขึ้นในหน้าฟีดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ บางส่วนเป็นบริการของสถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นการปล่อยกู้นอกระบบ หรือพวกแอพพลิเคชั่นเงินกู้เถื่อนที่สร้างขึ้นมาซ้ำเติมความทุกข์ยากของผู้คนในยุคเศรษฐกิจติดลบจากผลกระทบโควิด-19
หากใครหลงกลเข้าไปกู้เงิน นอกจากถูกขูดรีดดอกเบี้ยมหาโหดแล้ว ยังต้องเสี่ยงต่อการถูกข่มขู่คุกคามจนชีวิตไร้ความสุข
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองพยายามตามล่าตามล้างมาโดยตลอด แต่เมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ากระเป๋านายทุนที่แทบร้อยทั้งร้อยมีแก๊งมังกรจีนกุมบังเหียนอยู่เบื้องหลัง

ล่าสุดเมื่อช่วงสายวันที่ 19 ส.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)
สืบเนื่องจากการขยายผลการจับกุมเครือข่ายปล่อยเงินกู้พื้นที่กรุงเทพฯ บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. สืบสวนขยายผลพบว่าเครือข่ายดังกล่าวย้ายไปอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต และยังมีพฤติการณ์โทร.ทวงเงินพร้อมดอกเบี้ยโหดกับลูกหนี้ที่กู้เงินผ่านแอพพลิเคชั่นชื่อ “พลูตัส แค็ท โปร” (Plutus cat pro)
เจ้าหน้าที่ตามแกะรอยจนได้พยานหลักฐานชัดเจน ขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายค้นและเข้าค้นยังอาคารเป้าหมายเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา
พบนายเลี่ยว อายุ 27 ปี สัญชาติจีน เป็นผู้ควบคุม ดูแล จัดการ และจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน
ระหว่างการเข้าค้นพบพนักงานจำนวน 19 คน ตรวจยึดทรัพย์สินและเอกสารที่น่าเชื่อว่ามีไว้ใช้หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเช่นสมุดบันทึกรายชื่อลูกหนี้, ซิมการ์ด, โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมจำนวน 43 รายการ จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัวของนายเลี่ยวพบรายชื่อลูกหนี้กว่า 20,000 ราย
สอบสวนพนักงานให้การว่า ต้องโทร.ทวงหนี้ให้ได้วันละ 10-15 ราย ได้ค่าจ้างเดือนละ 10,000-15,000 บาท และค่าคอมมิชชั่น 8 บาทต่อการทวงหนี้ได้ 1 ราย โดยจะให้ลูกหนี้ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารที่นายเลี่ยวจ้างเปิดบัญชีไว้
นอกจากคดีแรกแล้ว วันเดียวกัน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ.สั่งการให้พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. นำกำลังกว่า 60 นาย เข้าตรวจค้นเครือข่ายแอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบ กาก้า (KAKA) และ กิโก้ (KIKO) หลายสิบจุดทั้งในกรุงเทพฯ และจ.ชลบุรี
เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ทั้งหมด 9 คน แยกเป็นนายทุน ชาวจีน 3 คน และพนักงานชาวไทยอีก 6 คน พร้อมตรวจยึดของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 5 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 14 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 13 เล่ม และยังอายัดบัญชีเงินฝากที่เกี่ยวข้องอีก 37 บัญชี รวมยอดเงินที่อายัดได้ 2.1 ล้านบาท
พบมีเงินหมุนเวียนในระบบไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน
พ.ต.อ.ภาดลเปิดโปงพฤติกรรมคนร้ายแก๊งนี้ว่า คิดอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปเป็นจำนวนมากถึงร้อยละ 30 ต่อหนึ่งสัปดาห์ ตกประมาณร้อยละ 120 ต่อเดือน
วงเงินที่ปล่อยกู้จะให้ลูกค้ารายย่อยเท่านั้น ครั้งละไม่เกินหลักพันบาท และส่วนใหญ่ครั้งละไม่เกินสามพันบาท

แต่เงินต้นที่ได้ไปจะไม่เต็มจำนวน ต้องถูกหักดอกเบี้ยทันที เช่น ปล่อยกู้ 2,000 บาท ถูกหักดอกเบี้ยและได้เงินไปแค่ 1,300 บาทเท่านั้น
แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องจ่ายเงินให้ครบเต็มจำนวน 2,000 บาท
สำหรับวิธีการทวงหนี้ หากลูกหนี้รายไหนเบี้ยวจะติดตามทวงหนี้ไปยังเจ้าตัว หากติดต่อไม่ได้ก็โทรศัพท์ไปทวงหนี้กับบุคคลใกล้ตัว หรือเพื่อนในกลุ่มไลน์ของลูกหนี้ เพื่อทำให้เกิดความอับอาย บางรายก็จะถูกโทร.ตามข่มขู่
ส่วนเบอร์โทรศัพท์, กลุ่มไลน์ หรือข้อมูลส่วนตัวของลูกหนี้ ที่แอพฯ เหล่านี้สามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้ได้ เพราะการไปขอกู้เงินในครั้งแรกลูกหนี้ต้องอนุญาตให้แอดมินแอพฯ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์ได้
หากใครไม่อนุญาตก็ไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้ ทำให้เจ้าหนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของลูกหนี้ได้ทุกอย่าง
ท่านผู้กำกับภาดลยังประชาสัมพันธ์ทิ้งท้ายว่า หากประชาชน ท่านใดได้รับข้อความทางโทรศัพท์ หรือ SMS แจ้งให้ชำระหนี้แทน
โดยอ้างว่าเคยกู้ยืมหรือเป็นผู้ค้ำประกันให้กับบุคคลอื่น พร้อมทั้งข่มขู่ว่าถ้าไม่ชำระหนี้ดังกล่าวจะทำให้ติดเครดิตบูโร
กรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขออย่าได้ตื่นตระหนกและหลงเชื่อ ให้บันทึกรายละเอียดต่างๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขบัญชีธนาคาร แล้วแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วน 1599 (ศปน.ตร.) หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านได้ทันที