สดจากสนามข่าว

ตอนนี้โควิด-19 มาแรง ติดกันไปทุกที่มองไม่เห็นกับเจ้าเชื้อไวรัสตัวนี้ ทุกหน่วยงานพยายามเร่งแก้ปัญหา ในส่วนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีความห่วงใย ได้จัดทำ โครงการตรวจโควิด-19 เชิงรุกให้ประชาชน ตำรวจและครอบครัวขึ้นมา

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เยี่ยมโครงการ

 

โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรพล อยู่นุช ที่ปรึกษาพิเศษ พล.ต.ท.โสภณรัช สิงหจารุ แพทย์ใหญ่ (สบ 8) รพ.ตร. พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบช.สทส. พิจารณาออกแบบเครื่องมือ ด้านเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับขนาดของหน่วยที่ตรวจและจำนวนผู้รับการตรวจ พล.ต.ต. เสนิต สําราญสํารวจกิจ รอง ผบช.น. ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงาน ผบ.ตร. พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจํานงค์ โฆษก ตร. ที่ช่วยกันขับเคลื่อนโครงการนี้ขึ้นมา

จัดการตรวจโควิด-19 เชิงรุก ขึ้นเมื่อ วันจันทร์ที่ 16 ส.ค.และวันอังคารที่ 17 ส.ค. ณ บริเวณพื้นที่ ตร. ที่ผ่านมา และตามสถานีตำรวจนครบาลทั้งหมดพร้อมรถเอกซเรย์เคลื่อนที่รถตรวจ PCR ณ จุดคัดแยกผู้ติดเชื้อ ที่เตรียมไว้ 3 จุด ได้แก่ สโมสรตำรวจ รพ.ตร. และ บก.น.3 ตรงข้าม สน.มีนบุรี กรณีประชาชนที่ขอรับการตรวจหาเชื้อ หากพบว่าติดเชื้อ ก็จะคัดแยกผู้ติดเชื้อไปยัง 3 จุด

ด้าน พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผกก.สน. พลับพลาไชย 2 ได้เปิดเผยว่า สำหรับ สน.พลับพลาไชย 2 ได้ตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวทั้งหมดแล้วไม่พบเชื้อ มีประชาชนพักอาศัยชุมชนละแวกใกล้เคียงเท่านั้นที่มาขอตรวจจำนวน 4 คน และมีผลเป็นบวกทั้งหมด ได้นำส่ง ร.พ. ตำรวจ เข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว

ขณะที่ ร.ต.อ.หญิงธมน สุทธิชื่น รอง สว.ฝ.ภูมิภาค 1 ตท. ที่เข้ารับการตรวจ บอกว่าดีมาก รวดเร็ว จัดเป็นระบบ แนะนำดี เป็นขวัญและกำลังใจที่ดีมาก เพราะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับโรคนี้มาตลอด

นางศิริเพ็ญ ทิพย์ประเสริฐ อาชีพรับจ้าง บอกว่าตนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก รู้สึกดีกับโครงการของตำรวจโครงการนี้ เจ้าหน้าที่ใช้วาจาสุภาพ ใส่ใจผู้รับการตรวจดี และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ จากการตรวจในส่วนกลางและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระหว่างวันที่ 1-19 ส.ค. ยอดตรวจรวมทั้งสิ้น 17,974 คน ผลการตรวจ ข้าราชการตำรวจเข้าตรวจ 12,446 คน ตรวจพบเชื้อ 73 คน ครอบครัวตำรวจ 4,320 คน ตรวจพบเชื้อ 145 คน ประชาชนทั่วไป 1,208 คน ตรวจพบเชื้อ 43 คน

ผู้ตรวจพบเชื้อทุกราย กรณีเป็นผู้ป่วย สีเขียวได้รับการรักษา รับยาฟาวิพิราเวียร์ และดูแลโดยแพทย์โรงพยาบาลตำรวจผ่าน แอพฯ Police Home Isolation (PHI) และกรณีผู้ป่วยสีเหลือง หรือสีแดง ส่งตัวเข้ารักษาโรงพยาบาลตำรวจทันที

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามแยกผู้ติดเชื้อออกมาให้มากที่สุดเพราะสายพันธุ์ใหม่ไม่แสดงอาการ กว่าจะมีอาการก็อาจสายเกิน เช่น เป็นไข้ เนื่องจากติดเชื้อมาหลายวัน อาการแบบนี้เป็นผู้ป่วยจากสีเหลือง เป็นสีส้ม และสีแดง จะต้องเข้าการรักษากับทางโรงพยาบาล แต่ติดขัดกรณีเตียงเต็ม หรือสถานที่ไม่มี การหาผู้ติดเชื้อให้เร็วที่สุดจึงเป็นการแก้ปัญหาลดการสูญเสีย วิธีการตรวจเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อสีเขียว การตรวจเชิงรุกของเรามี 2 วิธี คือ 1.เราตรวจให้ 2.ให้ตรวจเอง การให้ตำรวจตรวจเองโดยนำการเครื่องตรวจไปแจก หางบประมาณจัดซื้อ จำนวน 2 แสนชิ้น รู้ผลเลย รัฐเพิ่งอนุญาตให้ใช้ได้ ซึ่งอาจยังไม่เพียงพอ และอีกวิธีเราไปตรวจให้ข้าราชการตำรวจ และครอบครัว ที่ผ่านมาได้ทำการทดลองตรวจเชิงรุกในพื้นที่แฟลตตำรวจลือชา ชุมชนสินทวี 9 บก.น.7 และ บก.น.8 พร้อมมีระบบ home isolation และระบบการส่งต่อผู้ติดเชื้อไปรักษาทางการแพทย์ ระบบจะต้องเบ็ดเสร็จตรงนั้น หากตรวจพบเชื้อจะทำการ เอกซเรย์ปอด และสามารถพบแพทย์ได้ทันที แพทย์วินิจฉัยจากฟิล์มเอกซเรย์หากพบจะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในเครือข่ายที่ประสานไว้ล่วงหน้า แต่ถ้าดูอาการไม่มากให้เข้าโปรแกรม home isolation

 

ขั้นตอนรับการตรวจ

ตรวจด้วยวิธี ATK

 

โปรแกรม home isolation สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เหมือนหน่วยอื่น เราไม่มีคอลเซ็นเตอร์ เราใช้อยู่ 2 อย่าง คือ 1.แอพพลิเคชั่น ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจะกรอกข้อมูลเอง เช่นข้อมูลการวัดไข้ ออกซิเจน การเต้นของหัวใจ อาการไอ เจ็บคอ เป็นต้น กรอกทุกวัน/วันละ 3 เวลา หากพบความผิดปกติแพทย์จะติดต่อคนนั้น ถ้าติดต่อไม่ได้จะติดต่อแบบไลน์กลุ่ม ผู้บังคับบัญชาจะไปดำเนินการ ไม่ยุ่งยาก ลดปริมาณการปฏิสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องคุยกับทุกคน มีผู้บังคับบัญชาดูแลผ่านไลน์กลุ่ม

2. ไลน์กลุ่มใช้ผู้บังคับบัญชาคอยดูแลอยู่ในกลุ่ม แต่ละกลุ่มย่อยเป็นระดับ กก. ถ้าติดต่อไม่ได้จะติดต่อผ่านผู้บังคับบัญชาในไลน์กลุ่ม ซึ่งขณะนี้เราจะมีหน่วยตรวจเคลื่อนที่เชิงรุกแบบใช้รถ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ สามารถใช้งานได้ ถ้าทดสอบใช้งานได้ดีจะขยายไปยังตำรวจภูธรต่างๆ นำไปปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ รวมถึงตรวจให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข โดยจะขอสนับสนุน ATK, ยา และอื่นๆ จาก กทม. และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้น ผู้ป่วยให้อยู่แค่ระดับสีเขียว และสามารถทำมาหากินใช้ชีวิตอย่างปกติได้ โดยรู้ให้เร็วว่าใครเป็นและรักษาให้เร็ว

อีกโครงการดีๆ ที่แสดงถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาต่อ ผู้ใต้บังคับบัญชา

อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน