มจร-ปปช. ประยุกต์หลักธรรม – พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จันทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในฐานะประธานคณะทำงานโครงการ บูรณาการแนวทางความร่วมมือทางศาสนา ในการต่อต้านการทุจริตโดยประยุกต์หลักธรรมคำสอนกับหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Coruption Education) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมหาจุฬาฯ
ซึ่งเกิดจากการหารือร่วมกันระหว่างพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อุปนายกสภามหาจุฬาฯ, พระธรรมวัชรบัณฑิต อธิการบดีมหาจุฬาฯ พระเทพปวรเมธี รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา รศ.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไปและคณะผู้บริหารมหาจุฬาฯ ร่วมกับพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป.ป.ช. และคณะกรรมการป.ป.ช. โดยเห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นเป็นภัยร้าย ทั้งเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาบ้านเมืองไม่ให้เจริญก้าวหน้า
พระเมธีธรรมาจารย์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยนั้นมีปัญหาในเรื่องการทุจริตอยู่ในระดับหนึ่ง ทำให้ประเทศไม่สามารถเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าเราไม่ให้ความร่วมมือกันในทุกภาคส่วนแล้วสังคมไทยก็น่าเป็นห่วง และมองว่าอนาคตของประเทศก็ไม่รู้ว่าจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้หรือไม่ คณะผู้แทนของมหาจุฬาฯ และป.ป.ช.จึงมองเห็นสิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่ซึ่งจะเอื้อต่อการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ดี มีประสิทธิภาพ คือ พระพุทธศาสนา และหลักธรรม โดยผ่านมหาวิทยาลัยสงฆ์คือ มหาจุฬาฯให้เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนในด้านต่อต้านการทุจริต
โดยการจัดโครงการการต่อต้านการทุจริตระดับชาติ ในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนครั้งใหญ่โดยผ่านการนำ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้เพื่อวัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นต้นแบบเพื่อจะได้นำไปขยายผลออกไปสู่สังคมไทย ประกอบด้วย ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต และศิษย์เก่ามหาจุฬาฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ และไปปฏิบัติหน้าที่เป็นพระธรรมทูตอยู่ทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังมีครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนในสังกัดมหาจุฬาฯ อีก 18,000 รูป ร่วมในการขับเคลื่อนด้วย ทั้งนี้ จะมีการจัดประชุมสัมมนาคือ วันที่ 3 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป ผ่านระบบ Zoom โดยสามารถเข้าระบบ Zoom meeting ID 9898248048 และห้องสำรอง ID 6766961123 โดยมีเป้าหมายว่าอย่างน้อยจะมีผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นรูป/คน