หลวงปู่ลี กุสลธีโร วัฒนชัย จำนงค์ทอง – วันอาทิตย์ที่ 5 ก.ย.2564 น้อมรำลึกครบรอบ 99 ปี ชาตกาล “หลวงปู่ลี กุสลธโร” วัดป่าเกสรศีลคุณธรรมเจดีย์ (ภูผาแดง) อำเภอหนองวัวซอ จ.อุดรธานี พระเถระฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ชาวอุดรธานี ล้วนแต่ให้ความเคารพและศรัทธา

ด้วยความเป็นพระป่า ยึดหลักคำสอนแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งทางใจแก่พุทธศาสนิกชนผู้ตั้งมั่นอยู่ในธรรม

อีกทั้ง เป็นลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีต เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด

มีนามเดิม ลี กุสลธีโร เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ก.ย.2465 ที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เป็นบุตรของ นายอู๊ด ทองคำ อาชีพ ช่างตีทอง และ นางโพธิ์ ชาลีเชียงพิณ ต้นตระกูลเดิมคุณตาคุณยาย เป็นคนเมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว ครั้งเมื่อเกิดศึกสงคราม บรรพบุรุษจึงได้ตัดสินใจอพยพย้ายภูมิลำเนา มาตั้งรกรากทำมาหากินอยู่ที่ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

ครั้น ด.ช.ลี ถือกำเนิดขึ้นได้ระยะหนึ่ง โยมบิดา-มารดา จึงพากัน อพยพย้ายถิ่นฐานมาที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย

ต่อมานางโพธิ์ฯ โยมมารดา ได้หย่าร้างกับนายอู๊ด บิดา ก่อนที่โยมมารดาจะพาบุตรย้ายถิ่นฐานอพยพมาอยู่ที่บ้านน้ำพ่น ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แล้วลงหลักปักฐานใช้ชีวิต ด้วยการยึดอาชีพ เกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ อยู่ที่บ้านหนองบัวบาน ต.หนองบัวบาน อ.หนองวัวซอ

ภายหลังมารดาได้แต่งงานใหม่กับนายบุ่น ชาลีเชียงพิณ

ครั้นอายุ 20 ปี ได้แต่งงานกับ น.ส.วตี หลังภรรยาคลอดลูก คนแรกออกมาเสียชีวิต ท่านเกิดความสลดใจมาก ต่อมาภายหลัง ได้ฟังธรรมจากหลวงปู่เหรียญใหญ่ (เป็นคน จ.อุบลราชธานี) พระกัมมัฏฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ธุดงค์มาปักกรดป่าแถวหมู่บ้านที่ท่านอาศัยอยู่ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงขอออกบวช

เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2493 ขณะอายุ 29 ปี ที่วัดศรีโพนเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมีพระธรรม เจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นพระ อนุสาวนาจารย์ ได้ฉายานามว่า “กุสลธโร” แปลว่า “พระผู้ทรงไว้ซึ่งความฉลาด”

ซึ่งวันที่ท่านอุปสมบทนั้น เป็นวันถวายเพลิงหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า ที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร

หลังจากนั้น ในพรรษาแรก หลวงปู่ลีได้ศึกษาพระธรรมวินัยและการปฏิบัติจิตตภาวนาอยู่กับหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม และหลวงปู่มหาปิ่น ปัญญาพโล ที่วัดป่าทรงคุณ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม เป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ต่อมาหลวงปู่ลีได้เข้ากราบนมัสการและขอมอบกายถวายชีวิตติดตามอยู่ศึกษาอบรมกับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ตลอดมา รวมทั้งทำหน้าที่ในการดูแลอุปัฏฐากองค์หลวงตามหาบัวฯ ในขณะที่ หลวงตามหาบัวอาพาธ และอยู่ดูแลจนหลวงตามหาบัวฯ ละสังขาร

เป็นที่รู้จักกันดีว่า หลวงปู่ลีมีความเคารพหลวงตามหาบัว เมื่อครั้งที่หลวงตามหาบัวมีดำริทอดผ้าป่าช่วยชาติไทย หรือเรื่องสงเคราะห์โลกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตึกสงฆ์อาพาธ (อาคาร 96 ปี) โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี การตั้งมูลนิธิสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน แม้แต่ในยามที่องค์หลวงตามหาบัวอาพาธหนัก หลวงปู่ลีจะมาอยู่ประจำที่วัดป่าบ้านตาด เพื่อดูแลรักษาอาการอาพาธ และธุระของครูบาอาจารย์อย่างสุดความสามารถ

จนกระทั่ง หลวงตามหาบัวละสังขาร หรือในงานพระราชทานเพลิง สรีรสังขารหลวงตา

หลวงปู่ลี เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่คอยควบคุมดูแลงานทุกอย่าง จนสำเร็จลุล่วงผ่านไปด้วยดีโดยตลอด

ท่านอบรมสอนสั่งพระภิกษุ-สามเณร รวมทั้งประชาชนญาติโยมทั้งใกล้ไกล ให้รู้จักศีลธรรม เป็นคนดีของสังคม ไม่เบียดเบียนกัน ให้รู้รักสามัคคี รวมทั้งให้เป็นคนที่มีหลักธรรมประจำใจ และให้หมั่นกระทำบำเพ็ญในการให้ทาน การรักษาศีล และการภาวนา เป็นต้น

ธรรมะที่หลวงปู่สั่งสอน เป็นธรรมะแบบพระป่าล้วนๆ เข้าใจง่าย

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2561 หลวงปู่ลีละสังขารด้วยอาการสงบ จากอาการอาพาธด้วยโรคชรา สิริอายุ 96 ปี พรรษา 68 ที่วัดป่าเกษรศีลคุณธรรมเจดีย์ (วัดป่าภูผาแดง) จ.อุดรธานี

สร้างความเศร้าสลดอาลัยแก่คณะศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง

ตลอดชีวิต หลวงปู่ลีอาศัยในร่มเงาพระพุทธศาสนา ประกอบคุณงามความดีด้วยจิตใจที่ผ่องแผ้ว แม้ท่านจะละสังขารลาโลกไปแล้ว แต่คุณงามความดีที่ได้ประกอบศาสนกิจมาตลอดชีวิต

จะเป็นที่จดจำของชาวเมืองอุดรธานีอย่างมิลืมเลือน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน