‘เรียลมี’จีที 5จี รุ่นลายรถซิ่งสุดเตะตาเรียลมี จากประเทศจีน ขยับแนวรบเขย่าตลาดระดับบนด้วยเรือธงรุ่นใหม่ เรียลมี จีที 5จี (Realme GT 5G)

เว็บไซต์ แอนดรอยด์อูธอริตี รายงานประสบการณ์ทดลองใช้สมาร์ตโฟนระดับ เรือธงของค่ายนี้ว่า จุดเด่นอยู่ที่ลวดลายคาดดำตัดบอดี้เลียนลายรถซิ่งสเป๊กระดับพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้

มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ฟ้า (แดชชิ่ง บลู) เงิน (แดชชิ่ง ซิลเวอร์) และเหลือง (เรซซิ่ง เยลโลว์) พร้อมชิพเซ็ตประมวลผลตัวท็อปจากค่ายควอลคอมม์ สหรัฐอเมริกา สนนราคาเกือบๆ 2 หมื่นบาท เจาะกลุ่มตลาดผู้ที่ต้องการประสบการณ์ ใช้งานระดับเรือธงและความคุ้มค่าที่สุด

การออกแบบภายนอกโดดเด่นไม่เหมือนสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ผิวด้านหลังนั้นเป็น หนังเทียม ขอบพลาสติก และด้านหน้าเป็น กระจก Dragontrail จากบริษัท AGC ประเทศญี่ปุ่น (ชื่อเดิม Asahi Glass Co.) ไม่ได้ใช้กระจก Gorilla Glass อย่างมือถือทั่วไป

กระจก Dragontrail เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2554 แม้จะไม่ได้รับความนิยมมากเท่ากับ Gorilla Glass จากบริษัท Corning แต่มี ความคงทนแข็งแรงอยู่ในระดับเดียวกัน โดยกระจก Dragontrail รุ่นแรกนั้นมีความทนทานกว่าขวดโซดาเป็น 6 เท่า และทนต่อการ ถูกทุบด้วยค้อนได้ อย่างไรก็ดี ไม่ว่ากระจก เหล่านี้จะทนทานเพียงใด ทางทีมข่าวสดไอทีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำสมาร์ตโฟนตกกระแทกไว้จะดีที่สุด

การนำหนังเทียมมาใช้เป็นพื้นผิวด้านหลังของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ส่งผลให้ถือไว้ในมือได้อย่างมั่นใจว่าจะไม่ลื่นหลุดได้ง่ายเหมือนกระจกและโลหะ ไม่เปื้อนลายนิ้วมือ ทั้งยังทำให้ขณะใช้งานไม่รู้สึกร้อน ตลอดจนดูดี ไม่เหมือนใคร

อย่างไรก็ตาม ขอบพลาสติกนั้นแม้จะ เป็นพลาสติกชั้นดีอย่างโพลีคาร์บอเนต ไม่ได้ให้ความรู้สึกหรูหราเท่ากับพวกขอบอะลูมิเนียม แต่มีข้อดีตรงที่เป็นรอยยากกว่า และช่วยทำให้สมาร์ตโฟนเครื่องนี้มีน้ำหนักเบาอยู่ที่ 186 กรัม ซึ่งถือว่าเบาแล้วกับมือถือขนาดกว้าง 73.3 ยาว 158.5 หนา 9.1 มิลลิเมตรเครื่องนี้

ขณะที่ปุ่มควบคุมทางเรียลมียังคงเอกลักษณ์ไว้โดยแยกปุ่มเปิด-ปิดเครื่องไว้ สันขวาและปรับระดับเสียงอยู่ที่สันซ้าย (หันเครื่องเข้าหาผู้ใช้)

เรียลมี จีที 5 จี มีหน้าจอเทคโนโลยี Super AMOLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียดสูงสุด 1080 x 2400 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซล 409 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) พื้นที่จอภาพต่อตัวเครื่องร้อยละ 85.9 ระบบภาพอัตราส่วน 20 : 9 รองรับความถี่ภาพสูงสุด 120 เฮิร์ตซ์ (Hz)

ให้ภาพตั้งค่าเริ่มแรกที่ยังคงความเป็น เอกลักษณ์ของเรียลมีคือ มีสีที่ค่อนข้างอิ่ม (ผู้ใช้ปรับแต่งได้หากไม่ปลื้ม) ความสว่างในการใช้งานที่โล่งแจ้งนั้นเพียงพอ และมีระบบการปรับความสว่างอัตโนมัติที่ดีกว่าสมาร์ตโฟนจากค่ายคู่แข่งอย่างเสี่ยวหมี่ และวันพลัสขณะที่เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือนั้นจะอยู่ที่ใต้จอภาพ โดยการทดสอบไม่พบปัญหาใดๆ ทั้งเรื่องความแม่นยำและความว่องไวในการปลดล็อกเครื่อง

ส่วนลำโพงเปิดได้สูงสุดค่อนข้างดังกว่า มือถือทั่วไป แม้ลำโพงจะเป็นแบบสเตอริโอ แต่ความดังของเสียงนั้นเน้นไปที่ลำโพงที่ สันล่างมากกว่าสันบนทำให้รู้สึกไม่สมดุล แต่คุณภาพของเสียงนั้นอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มี เสียงแตกให้ได้ยินแม้จะเปิดที่ความดังสูงสุด แต่หากต้องการใช้หูฟังก็เปลี่ยนไปใช้ช่องสายหูฟังมินิสเตอริโอที่มีมาให้แทนได้อยู่

การทดลองใช้งานเป็นระยะเวลานานยังเผยให้ทราบ ถึงความพยายามของเรียลมีใน การปรับปรุงด้านการยศาสตร์ (Ergonomics) ไม่ว่าจะเป็นการ กำไว้ในมือได้นานไม่เมื่อย ความนุ่มของสัมผัสที่ได้จากตัวเครื่อง ไปจนถึงการตอบสนองที่ว่องไวขณะพิมพ์ทำให้ใช้งานได้นานหลายชั่วโมงอย่างไม่รู้จัก เบื่อหน่าย

สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 11 จาก กูเกิ้ล ยังมีสเป๊กที่จัดอยู่ในระดับพรีเมียมด้วย เพราะใช้ขุมพลัง จากชิพประมวลผล (SoC) รุ่น Snapdragon 888 5G จากค่าย ควอลคอมม์ มีหน่วยความจำแรม (RAM) ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ 8 และ 12 กิกะไบต์ (GB) ตามขนาดพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 128 และ 256 GB ตามลำดับ

การทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอพพลิเคชั่นเบนช์มาร์กอย่าง Geekbench 5 ได้คะแนนประมวลผลคอร์เดียวเฉลี่ย 1,141 แต้มและหลายคอร์เฉลี่ย 3,414 แต้ม ส่วนแอพฯ 3DMark ชุดทดสอบ Wild Life ได้คะแนนกราฟิกเฉลี่ยถึง 5,752 แต้ม ถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนโอเอสแอนดรอยด์ที่แรงอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการแล้ว

การใช้งานสายโหดดังกล่าวทำให้ต้องกล่าวถึงเรื่องของแบตเตอรี่ โดยเรียลมี จีที มาพร้อมกับแบตฯ ขนาด 4,500 มิลลิแอมป์ ต่อชั่วโมง (mAh) ทำให้สมาร์ตโฟนเครื่องนี้สามารถใช้งานทั่วไปได้ ตลอดวัน และหากเล่นเกมที่ใช้กราฟิกหนักจะทำให้แบตฯ ลดไปราวร้อยละ 5 ต่อชั่วโมง ถือว่ามีประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม

ยังไม่หมดเท่านั้น การชาร์จพลังงานของเรียลมี จีที นั้นก็ไม่ธรรมดาด้วย เพราะสนับสนุนชาร์จเจอร์ขนาดถึง 65 วัตต์ (W) ทำให้ชาร์จไฟจากศูนย์ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มได้ภายในเวลา 45 นาที โดยแถม ชาร์จเจอร์ 65W มาให้ด้วย แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดคือ เรียลมีไม่สนับสนุนระบบชาร์จไร้สายใดๆ ถือว่าน่าแปลกใจอย่างยิ่งสำหรับ เรือธงระดับนี้

ส่วนระบบกล้องถ่ายภาพของเรียลมี จีที เริ่มที่โมดูลกล้องหลังเป็นแบบ 3 เลนส์ ประกอบด้วย เลนส์วายระยะ 26 ม.ม. เซ็นเซอร์ภาพขนาด 1/1.73 นิ้ว ขนาดพิกเซล 0.8 ไมโครเมตร(ไมครอน) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (MP) ขนาดช่องรับแสง f/1.8 พร้อมระบบออโต้โฟกัส PDAF ให้คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่มีสีที่ค่อนข้างอิ่มเกินจริงเล็กน้อย

ถัดมาเป็นเลนส์อัลตราวายระยะ 16 ม.ม. ให้ภาพกว้าง 119 องศา เซ็นเซอร์ขนาด 1/4.0 นิ้ว ขนาดพิกเซล 1.12 ไมครอน ความละเอียด 8 MP ขนาดช่องรับแสง f/2.3 และท้ายสุดเป็นเลนส์มาโครสำหรับถ่ายวัตถุระยะเผาขนความละเอียด 2 MP ขนาดช่องรับแสง f/2.4 รองรับภาพ HDR และคลิปความละเอียดสูงสุด 4K 60 เฟรมต่อวินาที (4K@60fps)

กล้องเซลฟี่ที่ด้านหน้ามีลักษณะเป็นหลุมอยู่ที่มุมซ้ายบนเป็นกล้องเดี่ยวเลนส์วายระยะ 26 ม.ม. เซ็นเซอร์ภาพขนาด 1/3.0 นิ้ว ขนาดพิกเซล 1 ไมครอน ความละเอียด 16 MP

แอนดรอยด์อูธอริตีสรุปว่า เรียลมี จีที นั้นมีจุดเด่นที่สุดที่เอกลักษณ์งานดีไซน์ภายนอก ประสบการณ์การ ใช้งานที่ได้รับการยกระดับมาใหม่ให้ดีกว่ารุ่นก่อน มีข้อด้อยตรงการไม่กันน้ำกันฝุ่น และไม่สนับสนุนการชาร์จไร้สาย

แต่ชดเชยด้วยระยะเวลาใช้งานที่ยาวนาน กล้องที่ค่อนข้างดี และ สเป๊กระดับเรือธง ในราคาเข้าถึงได้

จันท์เกษม รุณภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน