‘มะหมี่’ชีวิตแสนสุข ปลื้มคนไม่ลืมท่าขูดมะพร้าว – เคยสร้างความฮือฮากับบท ‘เมขลา’ ในภาพยนตร์ “แม่เบี้ย” เมื่อ 20 ปีที่แล้ว กับท่าขูดมะพร้าวในตำนาน สำหรับอดีตนางเอกสาว ‘มะหมี่’ นภคปภา นาคประสิทธิ์

มาวันนี้เจ้าตัวเฟดจากวงการบันเทิง เทเวลาให้ครอบครัว กับ ‘นิโคลไลน์’ สามีหนุ่มชาวบัลแกเรีย พร้อมลูกสาวฝาแฝด ‘น้องอเซีย’ และ ‘น้องซิณเฏียร์
“แม่เบี้ย” นำมาสร้างเป็นละครอีกครั้งแต่คนยังพูดถึงตำนานท่าขูดมะพร้าวของ เราอยู่?
มะหมี่ – “มันก็ยังติดตาตรึงใจหลายๆ คนอยู่ พอพูดถึงเรื่องแม่เบี้ย คนก็จะนึกถึงมะหมี่ทุกคนจะจำเราได้ แต่อดีตก็คืออดีต มันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย”

แต่ท่าขูดมะพร้าวมะหมี่ก็ยังเป็นตำนาน?
มะหมี่ – “ไม่มีใครทำลายสถิติท่าก้มขูดมะพร้าวใช่ไหมคะ (หัวเราะ) รู้สึกดีนะ ที่คนยังนึกถึง มันอาจจะกลายเป็นซิกเนเจอร์ไปแล้วก็มีแฟนๆ แชร์รูปนางเอกเรื่อง แม่เบี้ย แล้วแท็กมาให้ เราก็รู้สึกดีใจที่เราเป็นหนึ่งในนั้น และรู้สึกดีที่หลายคนยังคิดถึงเราอยู่ค่ะ”
กลับมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่?
มะหมี่ – “ตั้งแต่ท้องได้ประมาณ 6 เดือน แพลนไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากจะกลับมาคลอดเมืองไทย พอคลอดลูกที่เมืองไทยก็ ล็อกดาวน์ยาวมาถึงตอนนี้ประมาณ 1 ปีครึ่ง”
คลอดลูกปุ๊บต้องอยู่ไทยยาวๆ แถมเจอสถานการณ์แบบตอนนี้?
มะหมี่ – “หลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ เราต้องยอมรับ เพราะไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่มันเป็นเหมือนกันทั่วโลก คือตั้งแต่เราคลอดจนถึงตอนนี้น้องอายุ 1 ปีกับ 3 เดือน ก็ไม่ได้ไปไหนเลย”

อยู่ที่ภูเก็ตเป็นบ้านเราเอง หรือเช่า?
มะหมี่ – “เช่าค่ะ และเพิ่งเช่าต่ออีก 1 ปี หลังจากนั้นเราดูที่จะ ปลูกบ้านที่ภูเก็ต เราไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ภูเก็ตยาวๆ แต่พอสถานการณ์ โควิด ทำให้เห็นว่าภูเก็ตก็สวยนะ แล้วถ้าสามีต้องบินไปทำงานที่สิงคโปร์ สามีอยู่สิงคโปร์ เราคิดว่าสิงคโปร์มาภูเก็ตมันใกล้มาก เลยคิดว่าเราน่าจะมีบ้านหลังเล็กๆ สักหลังหนึ่งอยู่ที่นี่”
มีแพลนจะไปอยู่สิงคโปร์ไหม?
มะหมี่ – “ถ้าน้องๆ โต ถึงเวลาที่ต้องเรียนหนังสือก็คงต้องกลับ ไปเรียนที่สิงคโปร์ค่ะ เด็กๆ สัญชาติไทย แต่ด้วยคุณพ่อเขาทำงานอยู่ที่โน่นก็จะง่ายสำหรับการจะเรียนหนังสือหรือทำอะไรต่างๆ”

คิดถึงอยากกลับมาทำงานในวงการไหม?
มะหมี่ – “คิดถึงค่ะ จริงๆ มีแพลนจะได้กลับไปถ่ายหนัง เป็นหนังไทย นายทุนต่างชาติ แต่กรุงเทพฯ สถานการณ์ไม่ค่อยดีเลยเลื่อนการถ่ายทำไปก่อน อีกอย่างมะหมี่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนยังไม่ถึงคิว ถ้าบินไปต่างประเทศตอนที่เรายังไม่ได้ฉีดวัคซีน และกลับมาไทยโดยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เราไม่สามารถเจอลูกได้ เลยต้องรอทุกอย่างก่อน”
คือยังไม่ได้ฉีดวัคซีนกันเลย?
มะหมี่ – “ลงทะเบียนไปแล้ว แต่ระบบยังไม่ตอบรับค่ะ จริงๆ กลัวการฉีดวัคซีนเหมือนกัน ก็อยากได้วัคซีนที่เข้ากับเราที่สุด เพราะหลัง คลอดลูก เรามีปัญหาในระบบร่างกายเยอะมาก ฉะนั้นการจะรับวัคซีนอะไรสักอย่างเราต้องปรึกษาคุณหมอ ก็ต้องรอดูว่าเราจะรับวัคซีนตัวไหนได้บ้าง
ส่วนสามีเดินทางกลับไปฉีดวัคซีนที่บ้านเขาแล้วก็เดินทางกลับมา เขาก็ชวนบินไปด้วยกัน แต่เรากังวลเรื่องลูกยังอายุน้อย พาเด็กไปกลัวไม่ปลอดภัย คิดว่าอยู่เฉยๆ ปลอดภัย เพราะเราก็ไม่ได้ไปไหนอยู่ที่นี่เราเซฟตัวเองทุกอย่าง ออกไปแค่ที่จำเป็น”
ทำไมถึงไม่ไปอยู่ต่างประเทศ ดูสถานการณ์น่าจะดีขึ้นแล้ว?
มะหมี่ – “ไม่ทุกที่นะ บางที่เวฟ 3-4 มาแล้ว ซึ่งตอนนี้อยู่กับที่ดีที่สุด พยายามจะ ไม่เดินทางและไม่ไปไหน อะไรที่เซฟได้เราต้องทำ เมื่อเราเลือกเวย์นี้แล้วค่ะ”

ชีวิตเราเปลี่ยนไปเยอะไหม เพราะตอนนี้มีลูกแฝดด้วย?
มะหมี่ – “ไม่เปลี่ยนนะ ด้วยวัยจากที่ทำงานเป็นนักแสดง แล้วพอมาเป็นคุณแม่ ลูกสองก็จะมีวิถีชีวิตที่ต่างออกไปจากตอนที่ทำงาน ตอนนี้เป็นคุณแม่ลูกสองเต็มตัว เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ เราจะมีวิธีการเลี้ยงลูกในช่วงอายุวัยที่แตกต่างกันไป เรื่องอาหาร เรื่องพัฒนาการของเขา ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ”
อยากให้ลูกสาวเข้าวงการไหม?
มะหมี่ – “ต้องขึ้นอยู่กับเขา สามีเคยพูดว่าเพศเรายังเลือกไม่ได้ว่าเขาจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย สุดท้ายแล้วพอเขาออกมาเขาก็จะมาเลือกของเขาเองว่าเขาจะเป็นเพศไหน มันขึ้นอยู่กับเขา คือเราจะปล่อยเขาค่ะ”

ลูกสาวแฝดนี้ธรรมชาติเลยไหม?
มะหมี่ – “ไม่ค่ะ ใช้วิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้เลือกเพศ จริงๆ อยากได้ลูกผู้ชายอีกคน แต่สามีบอกว่าถ้ามีผู้ชายอีกคน เราต้องใช้รถ แบบไหนในการขนเด็กๆ ไหนจะพี่เลี้ยงอีก มันเป็นเรื่องใหญ่มาก ก็ต้องดูอีกทีตามธรรมชาติ แต่ถ้าธรรมชาติให้มาเป็นผู้หญิง สามีก็คงบอกว่าผู้หญิง 3 เลยเหรอ (หัวเราะ)”
ดูคุณพ่อจะติดลูก?
มะหมี่ – “ด้วยตอนนี้คุณพ่อเวิร์กฟรอมโฮม ไม่ได้เดินทางไปไหน ประชุมอยู่แต่ที่ บ้าน เราก็จะอยู่ด้วยกันตลอด มีความสุขมากค่ะตอนนี้”
อนงค์ จันทร