‘เดอะ คิด ลารอย’แชมป์งานฮิตSTAY – หนุ่มน้อยวัยเพิ่ง 18 ปีหมาดๆ ที่มากับมาดซนๆ กวนๆ เดอะ คิด ลารอย (The Kid Laroi) แจ้งเกิดงานเพลง STAY ชนิดดังทะลุทุกชาร์ต

ครองแชมป์ในตารางจัดอันดับซิงเกิลฮิตบิลบอร์ด ฮอต 100 รวมทั้งบิลบอร์ด โกลบอล 200, บิลบอร์ด โกลบอล (ที่ไม่รวมสหรัฐ) มาหลายสัปดาห์ติดต่อ ส่วนชาร์ต เพลงอื่นๆ ก็มาแรงไม่แพ้กัน

ชาร์ลตัน เคนเนต เจฟฟรีย์ ฮาเวิร์ด หรือ เดอะ คิด ลารอย เป็นแร็พเปอร์ นักแต่งเพลงชาวออสซี่ เกิดที่ซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย เมื่อ 17 สิงหาคม พ.ศ.2546

พ่อ นิก ฮาเวิร์ด เป็นโปรดิวเซอร์และ ซาวด์ เอ็นจิเนียร์ ซึ่งร่วมงานกับศิลปินออสเตรเลียชื่อดังหลายคน อาทิ สาว เดลตา กูดเดร็ม, เกิร์ลกรุ๊ป บาร์โด

ส่วนแม่ สโลน ฮาเวิร์ด เรียกได้ว่าเป็น ผู้จัดการศิลปินมือหนึ่ง รวมทั้งเคยก่อตั้ง ค่ายเพลง และดูแลนักร้องซุป’ตาร์ดังอย่าง สกอตต์ เคน มาแล้ว

แต่การที่พ่อกับแม่แยกทางกันตอนที่พ่อหนูน้อยอายุได้แค่ 4 ชวบ ทำให้วัยเด็กของเขาค่อนข้างวุ่นวาย เคยต้องย้ายบ้านไปหลายที่ จนสุดท้ายอายุ 14 ปี ก็กลับมาอยู่ที่ซิดนีย์ ซึ่งช่วงนั้นแม้อายุยังน้อยแต่เขาก็มีโอกาส แต่งเพลงให้กับศิลปินหลายคน

ได้ทุนเข้าเรียนที่ Australian Performing Arts Grammar School แต่สุดท้ายดร็อปไป เพื่อออกมาตามฝันกับการโกอินเตอร์

ต้นแบบในชีวิตของหนุ่มน้อยคนนี้คือ คุณลุงของเขาเอง แต่มันก็เป็นเรื่องเศร้าที่ ลุงของเขาเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม ตอนที่คิด ลารอย อายุได้เพียง 12 ปี

หนุ่มน้อยเชื่อว่าแรงบันดาลใจในความสำเร็จมาจากการที่เขาต้องการหลีกหนี ชะตากรรมที่เหมือนกับคุณลุง และที่สำคัญเป็นการทำให้ลุงได้ภาคภูมิใจอีกด้วย

ชื่อในวงการ เดอะ คิด ลารอย คำว่า ลารอย มาจากการที่เขาเป็นชาวคามิลารอย อะบอริจินชนพื้นเมืองดั้งเดิมของออสเตรเลีย

เริ่มเป็นที่รู้จักจากสัมพันธภาพอันดีที่เขามีต่อ จูซ เวิลด์ (Juice Wrld) แร็พเปอร์ดัง ชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ ขณะเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตในออสเตรเลีย

เริ่มมาเป็นที่สนใจในระดับนานาชาติกับเพลง Let Her Go ต่อเนื่องด้วยเพลง Go ที่ได้ฟีเจอริ่งกับ จูซ เวิลด์ ซึ่งพีกสุดด้วยอันดับที่ 52 ในตารางจัดอันดับซิงเกิลฮิต บิลบอร์ด ฮอต 100

สำหรับการเปิดตัวงานเพลงมิกซ์เทป F*ck Love เมื่อปีที่แล้ว ก็ขึ้นสู่อันดับ 1 ในตารางจัดอันดับเพลงฮิตของออสเตรเลียได้แบบฉลุย เป็นศิลปินเดี่ยวอายุน้อยที่สุดที่ขึ้นไปยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ได้สำเร็จ

ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐ กับแม่ และน้องชาย เขามองตัวเองเป็นเหมือนตัวแทนจากออสเตรเลีย และต้องการแสดงให้โลกเห็นว่าออสเตรเลียนั้นเจ๋งแค่ไหน

เคยให้สัมภาษณ์ว่าต้องการทำให้ออสซี่ โด่งดังอย่างที่แร็พเปอร์ เดรก สร้างชื่อให้กับ โตรอนโต และ แคนาดา

คิด ลารอย คบหากับสาวคนดังในโลก โซเชี่ยลและดาวติ๊กต็อก แคทารินา เดเม มาได้ปีนึงแล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีข่าวลือว่าเขาไปเดตกับ แอดดิสัน เร สาวดาวติ๊กต็อก ที่โด่งดังและร่ำรวยติดอันดับโลก

เมื่อเร็วๆ นี้ เขาและแฟนสาวเจอเข้ากับปาปาราซซี่ที่ถามถึงข่าวลือเรื่องนี้ว่ามาจากไหน เจ้าตัวชี้หน้าคนถามแล้วตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะอารมณ์ ดีว่า “มาจากคุณไง”

จากนั้นหันไปกอดแฟนสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นอันจบข่าวลือ!! ยืนยันว่าตอนนี้ยังรักกันดีกับสาว แคทารินา

ปีที่แล้วเขาได้ร่วมงานกับนักร้องสาว แซ่บ ไมลีย์ ไซรัส ในเพลง Without You รวมทั้งหนุ่มแร็พเปอร์มาดดิบ แมชชีน กัน เคลลี ในเพลง F*CK YOU, GOODBYE และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็เพิ่ง ร่วมงานกับหนุ่ม จัสติน บีเบอร์ ในเพลง Unstable ซึ่งเป็นซิงเกิลในอัลบั้ม Justice ของหนุ่มจัสติน

มาตอนนี้เขาก็กลับมาร่วมงานกับหนุ่มรุ่นพี่คนนี้อีกครั้งในเพลง Stay ซึ่งเป็นเพลงของเขาเอง และกำลังโด่งดังไปทั่วโลก

เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ถึงการทำเพลง Stay กับนิตยสารด้านดนตรีชื่อดัง เอ็นเอ็มอี ว่าเพลงนี้น่าจะเป็นการทำเพลงที่ธรรมชาติที่สุดตั้งแต่เขาเคยทำมา

“ผมได้เพลง Stay มาประมาณปีนึงแล้ว ตอนนั้นผมอยู่ที่บ้านเพื่อน เบลก สแลตกิน (โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง) มีผม เพื่อนผม โอเมอร์ เฟดิ (โปรดิวเซอร์ นักดนตรี นักแต่งเพลง) และก็ ชาร์ลี พุต เรามาแฮงเอาต์กัน แล้วชาร์ลี ก็เริ่มเล่นคีย์บอร์ด ซึ่งที่เขาเล่นนั่นก็คือทำนองของเพลง Stay นี่เอง”

“คือตอนนั้นผมฟังแล้วมันสะดุด จนต้องถามว่า เล่นอะไร? ชาร์ลี บอกมาว่า ไม่มีอะไร ก็แค่เล่นไปเรื่อย แล้วผมก็บอกว่า เล่นต่อเลย อุปกรณ์จัดเต็ม แล้วอัดเอาไว้ด้วย ไอ้เนี่ยที่ว่าเล่นๆ มันอย่างเจ๋ง บางทีนี่น่าจะเป็นการทำเพลงที่ธรรมชาติที่สุดที่ผมเคยทำมา”

หลังอยู่กับเพลงนี้มาได้พักหนึ่ง เขาก็กลับไปบันทึกเสียงในอีกหลายเดือนต่อมา และรู้ว่าต้องทำอะไรเพิ่มเติม “วันนึงผมฟังมันแล้วก็นึก ขึ้นมาได้ว่า จัสติน (จัสติน บีเบอร์) ดูจะเหมาะกับเพลงนี้มาก”

“สำหรับเนื้อเพลงก็มาจากการคิดไปเรื่อยๆ แล้วก็คิดถึงตอน เริ่มเดตกับแฟนอะไรทำนองนั้น ส่วนตอนทำงานในสตูดิโอ จัสตินก็จะร้องออกมาแบบฟรีสไตล์มาก พร้อมกับคอยถามอยู่ตลอดว่า แบบนี้ โอเคไหม คุณชอบไหม ผมก็บอกว่าโอเค ไปเลย มันสุดยอดมากๆ”

ในส่วนของเอ็มวีที่ทั้งคู่ร่วมเล่นด้วยกัน ถ่ายทำในย่านดาวน์ทาวน์ แอลเอ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Cecil Hotel โรงแรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวดำมืด มีทั้งคดีคนหาย ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย เสพยาเกินขนาด โสเภณี ถึงขั้น เรียกว่าเป็นสถานที่ที่พวกฆาตกรต่อเนื่องใช้มาปลดปล่อยตัวเอง

ล่าสุดเน็ตฟลิกซ์ก็ได้นำมาทำเป็นสารคดีในชื่อ Crime Scene : The Vanishing At The Cecil Hotel

หนุ่มนักร้องเล่าให้ฟังว่า “ผมดูสารคดีเรื่องนี้ของเน็ตฟลิกซ์ประมาณ 2 วันหลังเราไปถ่ายทำเอ็มวีกัน ผมได้แต่คิดว่าแถวนั้นมันน่ากลัวจริงๆ ซึ่งผมเองไม่รู้ว่าที่เราไปถ่ายทำอยู่ใกล้ๆ โรงแรมนั้น จนกระทั่งผมบอกกับเพื่อนถึงโลเกชั่น พอรู้ผมก็มาดูอีกครั้งแล้วก็แบบรู้สึกว่าถ้าผมดูหนังเรื่องนั้นไปก่อนที่จะถ่ายทำ ผมจะอยู่ที่นั่นได้นานแค่ไหน”

เมื่อถูกถามถึงงานอัลบั้มเต็มว่าจะออกมาให้ฟังเมื่อไร เจ้าตัวบอกว่า “ผมยังไม่อยากพูดอะไรมาก บอกได้แค่ว่าตอนนี้กำลังทำอยู่ ปีหน้าได้ฟังแน่ๆ ผมอยากจะปล่อยอัลบั้มก่อนที่จะเริ่มทัวร์คอนเสิร์ต”

รอฟังผลงานดีๆ ของหนุ่มคนนี้กันได้เลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน