คอลัมน์ บ.ก.ตอบจดหมาย

รัฐไม่จริงใจช่วยเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง

เรียน บ.ก.

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งชาวตำบลทุ่งกระบือ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ตอนนี้กำลังเร่งจับกุ้งเป็นขายให้แก่ห้องเย็น ที่เดินทางไปรับซื้อถึงหน้าบ่อ ตามขนาดและราคาที่ตกลงกัน เฉลี่ยกุ้งเป็น ขนาด 68-69 ตัว จะมีราคากิโลกรัมละ 134 บาท ลดลงจากเดิมที่จะขายได้ราคากิโลกรัมละ 155 บาท

ทำให้เกิดวิกฤตราคากุ้ง สาเหตุมาจากสถานการณ์โควิด ส่งผลให้ตลาดนัดโดยทั่วไปต้องปิด หรือถึงเปิดก็ไม่มีคน ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าก็งดการรับซื้อ ส่วนร้านอาหารปิด ตลาดค้ากุ้งปิด และโรงงานอุตสาหกรรมก็ขาดทุน ต้องเลิกจ้างพนักงาน หรือลดจำนวนแรงงาน

อีกทั้งโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วน ต้องปิด เนื่องจากคนงานติดเชื้อ ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ปัญหาราคากุ้งตกต่ำหนักเกิดขึ้นต่อเนื่องมาแล้ว 2 เดือน ถือว่าหนักมากที่สุดในรอบ 30 ปี เพราะไม่มีพ่อค้า แม่ค้า จึงถูกกดราคา โดยราคาขายตอนนี้ผู้ซื้อเป็นคนกำหนดราคา ไม่มีตลาด แต่ต้องขาย เพื่อเลี้ยงคนงานกว่า 10 คน

วอนขอรัฐช่วยเหลือเรื่องลดต้นทุนการผลิต และสนับสนุนสายพันธุ์ที่เลี้ยงในระยะสั้น แต่ที่ประสบคือ รัฐไม่จริงใจ ให้อะไรมา จะมีข้อแม้มาก เช่น โครงการช่วยเหลือเงินทุนจากธนาคาร วงเงินรายละ 3 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขให้เฉพาะพื้นที่เช่าไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อมาลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ต้องเป็นที่ดินเช่าเท่านั้น ไม่ใช่ที่ดินตนเอง

ถ้าเป็นเช่นนั้นใครจะกล้าลงทุนกับที่ดินเช่า เพราะไม่คุ้ม ทำไมไม่ให้เป็นวงกว้าง ให้เจ้าของที่มีดินของตนเองก็ได้ จึงถือว่ารัฐไม่จริงใจในการแก้ไขช่วยเหลือ

นับถือ

เคยหวาน

ตอบ เคยหวาน

ความทุกข์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่คุณบรรยายมา น่าเห็นใจอย่างมาก หวังว่ารัฐจะได้รับทราบข้อร้องเรียนนี้และปรับแก้มาตรการช่วยเหลือ เพราะที่ผ่านมาเขามองว่ารัฐไม่จริงใจช่วยเหลือ

เตือนภัยชักชวนลงทุน

เรียน บ.ก.ข่าวสด

เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ชวนลงทุนทำโฆษณาสื่อทางโทรทัศน์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ชักชวนว่าจะได้ปันผลทุกเดือน เดือนละ 20,000 บาท ลงเงินไปเรื่อยๆ รวมทั้งหมด 380,000 บาท จนเมื่อปลายปี 2563 ผมจะขอถอนเงินที่ลงทุนคืนทั้งหมด แต่เพื่อนคนนี้ก็ทำเงียบ ในแต่ละเดือนต้องคอยทวงถามถึงเรื่องเงินปันผล พอได้เงินปันผลมาระหว่างเดือน ก็จะมาขอยืมเงินทุกครั้ง บอกหมุนเงินไม่ทัน ก็ให้ไป บางครั้งก็มาถามหาว่ามีใครให้กู้เงินบ้าง ผมขอถอนเงินคืน ขีดเส้นตายไปจนถึงสิ้นปีนี้ แต่เมื่อไปตามถึงบ้านปรากฏว่าหนีไปแล้ว

กระทั่งเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ทราบว่าเพื่อนคนนี้ไปโกงแม่ค้าออนไลน์ ปลอมใบแจ้งหนี้ ปลอมบัญชีโอนเงิน เป็นเงินทั้งหมด 8 แสนกว่าบาท ตัวผมเองแจ้งความไว้แล้วที่ สน.คันนายาว จึงอยากเตือนให้ทุกคนระมัดระวังตัวในยามเศรษฐกิจอย่างนี้ อย่าได้ไว้วางใจใครโดยเฉพาะเรื่องเงินเรื่องทอง ไม่อยากให้ใครเป็นเหยื่อเหมือนกับผม ทราบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก บางคนก็แจ้งความ

ขอบพระคุณครับ

นายทงทอง ห่วงทรัพย์

ตอบ คุณทงทอง

เป็นกรณีตัวอย่าง ให้คนอื่นๆ ได้รับทราบระมัดระวังตัว ในสภาพเศรษฐกิจที่ทรุดหนักเพราะโควิดเช่นนี้ จะไปลงทุน ทำอะไรต้องรอบคอบอย่างมาก ส่วนที่คุณไปแจ้งความไว้ที่สน.คันนายาว หวังว่าผู้รับผิดชอบคดีจะได้เร่งติดตามตัว ผู้ถูกกล่าวหาเพื่อเข้าสู่กระบวนการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน