หนูน้อยจิตอาสากู้ภัยฟันน้ำนม – นับเป็นภาพน่ารักน่าเอ็นดูเรียกรอยยิ้มและเสียงชื่นชมแก่ผู้พบเห็นสำหรับสองหนูน้อยกู้ภัยที่แม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละจังหวัดแต่มีหัวใจจิตอาสาเหมือนกัน
“น้องณดา” กู้ภัยฟันน้ำนม หนูน้อยชาวจังหวัดตรัง คุณพ่อ คุณแม่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างภักดีตรังจุดอำเภอรัษฎา จ.ตรัง จะพาน้องณดาออกตระเวนร่วมงานมานานกว่า 1 ปีแล้ว น้องมักจะเขินอายคนแปลกหน้า แต่กับงานกู้ภัยน้องช่วยทุกอย่างไม่มี เกี่ยงงอน สร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นอย่างมาก
โดยเมื่อไม่นานนี้ ที่มูลนิธิสว่างภักดีตรังธรรมสถาน อ.เมือง จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวได้พบกับครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างภักดีตรังจุดอำเภอรัษฎา จ.ตรัง ประกอบด้วย นายกิตติ อัมนักมณี น.ส.ปริยาภรณ์ สมศรี ภรรยา และ ด.ญ นิพาดา อัมนักมณี หรือ น้องณดา บุตรสาว วัย 2 ขวบ 7 เดือน ขณะไปร่วมอำนวยความสะดวกในงานทิ้งกระจาดประจำปีของมูลนิธิสว่างภักดีตรังธรรมสถาน คุณพ่อกิตติ รหัสประจำตัว 333 คุณแม่ ปริยาภรณ์ รหัสประจำตัว 334 ส่วน น้องณดา รหัสประจำตัว 333/1

คุณพ่อกิตติเล่าว่าตนเองทำงานกู้ภัยมานานเกือบ 3 ปีแล้ว เมื่อน้องณดาอายุ 1 ขวบกว่า ก็ได้ชักชวนภรรยาเข้ามาทำงานกู้ภัยและพาลูกสาวเข้ามาทำงานด้วย เพื่อจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาและจะได้เข้าใจงานกู้ภัยมากขึ้น น้องณดาฉายแววสนใจงานกู้ภัยมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ จึงตัดชุดกู้ภัยให้ใส่พร้อมขอรหัสประจำตัวจากหัวหน้าอย่างเป็นทางการ “ระหว่างที่น้องช่วยพ่อแม่ก็มีกินนมไป พลางหยิบอุปกรณ์ไปพลาง ทั้งผ้าพันแผล น้ำยาฆ่าเชื้อ ปลาสเตอร์ยา สำลีและอื่นๆ สร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นอย่างมาก บางรายรถจักรยานยนต์ล้มถึงกับลืมเจ็บไปชั่วขณะหลังจากเห็นน้องณดาหยิบปลาสเตอร์ยามาให้ และที่สำคัญคือน้องณดาไม่เคยกลัวอะไรเลยจะกลัวก็แต่คนแปลกหน้า เพราะทุกๆ ที่ที่น้องไปมักจะมีคนมาขอถ่ายรูปขออุ้มและเล่นกับน้องจนน้องเขินอายแต่ก็แสดงออกถึงความสนใจในงานกู้ภัย น้องจะมีรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่หยิบจับอุปกรณ์กู้ภัย พ่อและแม่ภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก” คุณพ่อน้องณดากล่าว
“น้อยหน่าทุ่งยั้ง” นามเรียกขานของหนูน้อยกู้ภัยวัย 5 ขวบ ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ด.ญ.ชนกนันท์ ขวัญมุข เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ (มอส.) จุดทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เยาวชนจิตอาสาชอบช่วยเหลือสังคม ใช้เวลาว่างติดตามพ่อแม่ ออกเหตุ รับบริจาคสิ่งของ และช่วยเหลืองานของชุมชน
ที่อาคารบ้านพักข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์ (หลังเก่า) ขณะที่ นายนิคม แสนดีน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 และ นายจงกล แพ่งเมือง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ทุ่งยั้ง พร้อมผู้นำชุมชนร่วมกับอาสากู้ภัยมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ (มอส.) จุดทุ่งยั้ง และกลุ่มสำนึกรักบ้านเกิดเมืองทุ่งยั้ง อ.ลับแล ช่วยกันประกอบเตียงกระดาษและจัดสถานที่เพื่อปรับเป็นโรงพยาบาลสนามเวียงเจ้าเงาะของอำเภอลับแล ขนาด 100 เตียง รองรับผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ของ จ.อุตรดิตถ์ ภาพที่สร้างรอยยิ้มและได้รับเสียงชื่นชมคือเด็กน้อยวัย 5 ขวบ ด.ญ.ชนกนันท์ ขวัญมุข หรือที่รู้จักในกลุ่มสมาชิกกู้ภัยฯ นามเรียกขาน “น้อยหน่าทุ่งยั้ง” กำลังช่วยประกอบเตียงกระดาษด้วยความ มุ่งมั่น แข็งขัน ไม่มีคำว่าท้อ เหนื่อยหรืองอแง แต่ยังคงเรียกหาพ่อแม่ยามที่ “หิวนม” เท่านั้น

น้องน้อยหน่า ด.ญ.ชนกนันท์ ทำงานเป็น จิตอาสา ออกหน่วยกู้ภัยร่วมกับพ่อแม่คือ นายชำนาญ ขวัญมุข หัวหน้ากู้ภัย มอส.จุด ทุ่งยั้ง นามเรียกขาน กู้ภัย 260 และ นางมารินทร์ ขวัญมุข นามเรียกขาน กู้ภัย 261 แม้จะเป็น เด็กหญิงแต่ท่วงท่าทะมัดทะแมง ตามกลุ่มพี่ๆ อาสากู้ภัยช่วยเหลือสังคมและเป็นที่รักของทุกคนแม้จะเป็นเพียงเด็กน้อยวัย 5 ขวบ แต่มีความตั้งใจ ไม่งอแง คุณแม่มารินทร์เล่าว่าครอบครัวทำงานจิตอาสา เป็นสมาชิกกู้ภัย มอส.อุตรดิตถ์ คุณพ่อเป็นหัวหน้าอาสาจุดทุ่งยั้ง จึงลงพื้นที่ทุกครั้งเมื่อได้รับแจ้งเหตุ มีลูก 2 คน น้องน้อยหน่าเป็นลูกสาวคนเล็ก ชอบติดตามพ่อกับแม่ออกพื้นที่ โดยนับตั้งแต่ตั้งท้องและหลังคลอดตนก็อุ้มนั่งรถไปด้วยแทบทุกเหตุที่รับแจ้ง น่าจะเป็นจุดที่ทำให้น้องน้อยหน่ามีจิตอาสาชอบช่วยเหลือสังคม เชื่อฟังผู้ใหญ่เมื่อปฏิบัติหน้าที่ ส่วนใหญ่จะนั่งรถกู้ภัยตามคุณพ่อตรวจสอบเหตุต่างๆ เป็นประจำ เป็นผู้ช่วยตัวเล็กๆ ถือกระเป๋าพยาบาล เครื่องมือสื่อสาร หยิบจับอุปกรณ์ เล็กๆ น้อยๆ
“ลูกสาวเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ ปกติติดตามออกเหตุช่วงวันหยุดและหลังเลิกเรียน ช่วงโควิด – 19 ระบาด ไม่ได้ไปโรงเรียน แต่หลังเรียนออนไลน์ ทำการบ้านและใบงานที่คุณครูมอบหมาย ก็จะขอตามพ่อแม่ออกรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวผู้ติดเชื้อและผู้ที่กักตัว 14 วัน ช่วยจัดสถานที่ ประกอบเตียงกระดาษในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ขณะออกพื้นที่จะอยู่ในการดูแลของพ่อแม่และพี่ๆ อาสากู้ภัย ไม่ได้ปล่อยให้ทำเอง สวมหน้ากากอนามัย อย่างน้อยก็ช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ให้ลูก ได้รู้จักการช่วยเหลือสังคม มีน้ำใจต่อคนอื่น และมีความรับผิดชอบ โดยไม่ให้ทิ้งการเรียน และยังคงร้องไห้เมื่อหิวนม อยากกินขนม ตามประสาเด็ก” คุณแม่น้องน้อยหน่ากล่าว
ทรงวุฒิ นาคพล
บุญพิมพ์ ใบยา