พท.อัด‘บิ๊กตู่’จนมุม-ยังกล้าไปต่อ – เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ Think Lab พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดเสวนา “จนมุมกลางสภา แล้วยังกล้าไปต่ออีกหรือ?” โดย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เน้นเรื่องปัญหาโควิด-19 ตนได้ต่อยอดเรื่องเงินทอนซิโนแวค ซึ่งหลักฐานที่ มัดตัวแน่น คือคำให้การที่ไม่ตรงกัน ซิโนแวคที่สั่งซื้อราคาเดิม 17 เหรียญสหรัฐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบว่ามีค่าเวชภัณฑ์ ค่าขนส่ง จึงซื้อราคานี้ ไม่มีส่วนต่าง ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ตอบว่าส่วนต่างเอาเงินเข้าคลัง
ถ้าตอบคำถามในศาลแบบนี้มีสิทธิติดคุกทั้งคู่ ถือเป็นการสารภาพ กลายๆ ว่ามีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต จนมุมกลางสภา จนกระดานทางการเมือง ที่เลวร้ายที่สุดคือซื้อแต่ซิโนแวคและราคาแพงกว่า ประเทศอื่น พล.อ.ประยุทธ์เหมือนสินค้าหมดอายุ รอวันย่อยสลาย แม้จะชนะมือในสภา แต่จะไม่สามารถผ่านศรัทธาของประชาชนไปได้ ไม่สามารถกลับมาเป็นนายกฯ ได้อีกแน่นอน

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ กล่าวว่า 2 วันแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีความราบรื่น ไม่มี ส.ส.รัฐบาลประท้วงเลย แต่พอมีข่าวเรื่องกระเป๋าดำ มีการไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ที่ชั้น 3 ทุกคนก็กลับมาประท้วงกันวุ่นวาย ดังนั้นรัฐบาลต้องตอบว่ามีการให้สินบาทคาดสินบนหรือไม่ แต่สุดท้ายฝ่ายค้านกลับโดนยัดเยียดเรื่องคดีความกลับมา ก็ต้องสู้กันไปตามกฎหมาย และน่าเสียดายที่เสียงฝ่ายค้านเอาชนะไม่ได้ สุดท้าย 3 ป.ก็รักกัน ป.ประชาชนก็ต้องอกหักไปตามระเบียบ แต่เชื่อว่าวันหนึ่งเสียงของประชาชนจะชนะ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน กล่าวว่า แม้ลงมติไว้วางใจแล้ว แต่ทั้งพล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทินจนมุมในสภา เพราะตอบคำถาม ข้อกล่าวหาไม่ได้เลย และยังจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจโดยมิชอบตามมาตรา 45 และมาตรา 47 โดยเฉพาะการขจัดป้องกันโรคติดต่ออันตรายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะยื่นเอาผิดต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และยังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 รวมถึงการแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะนำเรื่องเข้ากระบวนการทางศาลต่อไป
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ฝ่ายค้านได้เปิดข้อสอบให้รัฐบาลรู้เลย แต่ยังตอบไม่ได้ ทั้งเรื่องซิโนแวค โคแวกซ์ ชุดตรวจเอทีเค วันนี้ประชาชนเชื่อแล้วว่ามีการทุจริตวัคซีนแน่นอน แถมยังเจอการเอาตัวรอดแบบเดินลุยโคลน เหตุการณ์ที่ชั้น 3 หลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แบบนี้คือพล.อ.ประยุทธ์จะไปต่อแบบได้คะแนนมาด้วยวิธีอัปยศ ต้องจ้างกัน จึงเป็นความไม่ชอบธรรมมากๆ ทำลายสถาบันทางการเมืองด้วย จับผิดได้ขนาดนี้แต่ยังปลดรัฐบาลไม่ได้
“เขาจะดันทุรัง จะพัฒนาความหนาไปเรื่อยๆ เขาคิดว่ายิ่งไล่ยิ่งสู้ ยิ่งไล่ยิ่งไม่ไป แล้วไปใช้วิธีปลดคนอื่น ต่อให้อยู่ไปก็คงได้อีกพักหนึ่ง วิกฤตศรัทธาจะเกิด อยู่แบบเป็ดง่อย คนซวยคือประชาชน รัฐบาล จนมุม แต่จะไปต่อด้วยทุกวิถีทาง สุดท้ายจะสะดุดขาตัวเองล้มลง แม้ พล.อ.ประยุทธ์ไปได้ แต่ชาวบ้านไปไม่ได้ ขอฝากชาวบ้านว่าระบบสภายังพึ่งได้ แต่เราซวยที่มีมนุษย์พันธุ์พิเศษโผล่เข้ามาในทางการเมือง” นายสุทินกล่าว