คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ผ่าชนวนยิงดับรปภ.หนุ่ม อดีตหัวหน้าโผล่มอบตัว แค้นถูกไล่ออกฝ่ายเดียว
คนเราหากเอาแต่โทษทุกอย่างที่ผิดพลาดว่าเป็นความผิดของคนอื่น ก็ย่อมมองไม่เห็นและยากจะยอมรับความผิดพลาดของตน
ย้อนไปเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 16 ก.ย. 2564 พ.ต.อ.จตุพร คงเมือง ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ท.ชัยรัตน์ แย้มวงษ์ รองผกก.สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ท.นิติธร ศุภชัยวรกุล สว.สส.สภ.ปากคลองรังสิต ร.ต.อ.อนันต์ นามโภชน์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต, แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบเหตุคนร้ายบุกยิงเจ้าหน้าที่รปภ.เสียชีวิตภายในป้อมยามของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ม.4 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตชื่อ นายรณกร พงษ์สุด อายุ 21 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เสียชีวิตลักษณะนั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่ในป้อมยามหน้าหมู่บ้าน จากการสอบถาม นายกรุงศรี (ขอสงวนนามสกุล) หัวหน้ารปภ. เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 05.00 น. ขณะที่ตนกับผู้ตายปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในป้อม โดยคนร้ายคือ นายจีรวัฒน์ หรือเล็ก โอภาสสถาพร อายุ 57 ปี อดีตหัวหน้ารปภ.ที่ถูกไล่ออกไปแล้วขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าป้อม ก่อนจะเดินเข้ามาภายในป้อมแล้วบอกกับตนเองว่า “เฮ้ยมึงออกไปอยาก มีเรื่องมั้ย”
พอตนเดินออกมา นายจีรวัฒน์ก็เดินเข้าไปยิงผู้ตายที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ โดยมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนจึงเดินเข้ามาเพื่อดูเหตุการณ์ นายจีรวัฒน์ตะโกนบอกตนว่า “มึงจะเอามั้ยมึงอยากลองมั้ย” ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด หลังจากนั้นจึงเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ขับมาขับหลบหนีไป
เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่านายรณกรถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
นายกรุงศรีให้ข้อมูลอีกว่า คาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องที่คาใจกันมาก่อน เพราะคนก่อเหตุกับผู้ตายเคยมีเรื่องทะเลาะใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งผู้ตายถูกฟันเข้าที่นิ้วมือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากคลองรังสิต ทำให้นายจีรวัฒน์ถูกไล่ออกจากงาน สำหรับนิสัยใจคอผู้ตายเป็นคนนิสัยดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน

สิบเอ็ดโมงครึ่งวันรุ่งขึ้น พ.ต.อ.จตุพร คงเมือง ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมด้วย พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ รองผกก.สอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต, พ.ต.ท.ชัยรัตย์ แย้มวงษ์ รองผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต และ ร.ต.อ.อนันต์ นามโภชน์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต นำเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ควบคุมตัวนายจีรวัฒน์ อดีตหัวหน้ารักษาความปลอดภัยปืนดุ ไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ที่ป้อม รปภ.หน้าหมู่บ้านและป่ากล้วยหลังห้องเช่าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก
ภายหลังนายจีรวัฒน์เข้ามอบตัว พ.ต.อ.จตุพรกล่าวว่า อาวุธปืนที่ผู้ต้องหาใช้เป็นอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด .380 ซึ่งสาเหตุนั้นโกรธเคืองกันมาก่อนและชกต่อยกันมา หลังจากผู้ต้องหาก่อเหตุแล้วได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในสวนกล้วยตั้งแต่เวลา 05.00 น. จนเวลา 19.00 น. ผู้ต้องหาจึงออกมาจากสวนกล้วย ก่อนที่ญาติจะเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว โดยผู้ต้องหารับว่ายิงไปจำนวน 2 นัด ขณะที่ทางผู้ตายหลับอยู่ในป้อมยาม ไม่ได้มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด
ขณะที่นายจีรวัฒน์สารภาพว่า สาเหตุที่ตนเองทำลงไปเพราะเคยทะเลาะกันมา 3 ครั้งแล้ว และสู้ผู้ตายไม่ได้เพราะผู้ตายเป็นวัยรุ่นอายุ 21 ปี พอครั้งสุดท้ายที่มีเรื่องกันนั้นผู้จัดการบริษัทได้ไล่ตนเองออกเพียงคนเดียว

ครั้งล่าสุดที่มีเรื่องกัน ตนเองเพิ่งไปฉีดวัคซีนโควิด-19 มา ทำให้มีอาการปวดบริเวณแขน ในการแลกบัตรรถเข้าออก ตนเองได้บอก ผู้ตายไปว่า พวกไรเดอร์ไม่ต้องแลกทุกคันก็ได้ แต่ผู้ตายเถียงจนเป็นเรื่องทะเลาะกัน และจะเข้ามาทำร้ายตนเอง จึงเอามีดขึ้นมาป้องกันตัวจนเกิดการแย่งมีดกันและผู้ตายถูกมีดบาดบาดเจ็บ
“ผมเจ็บแค้นใจที่ไม่ได้ทำงานต่อ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาไม่มีรายได้ค่ากินค่าใช้จ่าย อีกทั้งค่าห้องเช่า น้อยใจทำไมไม่โดนไล่ออกทั้งสองคน มันกดดันจนลงมือ” คำสารภาพจากปากอดีต หน.รปภ.ปืนดุ
นพรัตน์ คุ้มศรี
วสันต์ ทิพย์ประโภชน์
เรื่อง/ภาพ