สืบสานหัตถศิลป์ไทย ‘ลายรดนํ้า’งามวิจิตร“ลายรดน้ำ” ที่เป็นงานศิลปหัตถกรรมไทยแขนงหนึ่งที่มีมาแต่โบราณ พบเห็นได้มากตามศาสนสถานสำคัญๆ อาทิ อุโบสถ ประตูโบสถ์ หน้าต่างวัด ตู้พระไตรปิฎก ตู้พระธรรม คัมภีร์ต่างๆ มีอัตลักษณ์เด่นที่ลวดลายมีความวิจิตรสวยงามในแบบ ฉบับเฉพาะ

งานลายรดน้ำที่ช่างฝีมือบรรจงสร้าง สรรค์ชิ้นงานด้วยความประณีต ด้วยการรดน้ำลงไปบนแผ่นทองคำเปลวให้เกิดลายตามที่มีการวาดลายไว้เบื้องต้นให้ปรากฏเป็นลวดลายสีทองที่ได้จากทองคำเปลวตัดกับ สีดำที่ได้จากยางรักได้อย่างงดงาม

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจในการสืบสาน สร้างสรรค์ และ ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสืบสาน ส่งเสริมคุณค่า ยกย่องเชิดชู รักษา พัฒนา และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญางานศิลปหัตถกรรมไทย พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย

รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทยให้มีความรู้ความสามารถโดยเฉพาะทายาทที่สืบสานต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมจากบรรพบุรุษ เช่น “นายอภิเดช ศิริบุรี” ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2563 ประเภทเครื่องรักลายรดน้ำ ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ผู้สืบสานองค์ความรู้และทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการสร้างสรรค์งานลายรดน้ำตามแบบฉบับโบราณ

นายอภิเดชเล่าให้ฟังว่า มีความสนใจในงานศิลปะไทยมาตั้งแต่เด็ก จึงเลือกเรียนด้านงานจิตรกรรมไทย ทำให้มีความชำนาญในการวาดลวดลายไทยได้อย่างงดงาม เช่น ลายกนก ลายเปลวเพลิง ลายกระจังตาอ้อย เป็นต้น ซึ่งลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ จะมีเส้นลายที่คมชัดแต่อ่อนหวานและพลิ้วไหว เมื่อผันตัวมาทำงานลายรดน้ำ ก็สามารถออกแบบลวดลายได้ด้วยตนเอง โดยยังคงกระบวนการทำตามแบบโบราณด้วยการใช้ ‘รักสมุก’ ที่ทำให้ชิ้นงานมีความคงทนและสวยงาม

ส่วนด้านการพัฒนาผลงาน ยังคงอนุรักษ์กระบวนการสร้างงานลายรดน้ำแบบโบราณดั้งเดิม มีการปรับประยุกต์เพียงเรื่องลวดลายเท่านั้นที่มีการนำลวดลายไทยแบบดั้งเดิมมาลดทอนลงเพื่อให้ได้ลวดลายที่ประยุกต์ขึ้นใหม่ที่สวยงามมากยิ่งขึ้น

ในงานเขียนลายรดน้ำ ถือเป็นงานศิลปะที่ผสมผสานกันระหว่างงานฝีมือและเทคนิคในการสร้างสรรค์ที่ซับซ้อน โดยเฉพาะจะต้องมีทักษะในการเขียนลวดลายด้วยน้ำยาหรดาล เขียนรายละเอียดของภาพถมพื้นในส่วนที่ไม่ต้องการให้ทองคำเปลวติด แล้วจึงนำไปลงรักปิดทองคำเปลวลงบนชิ้นงาน กดทองคำเปลวให้แน่นจนทั่วจึงนำไปรดน้ำ (การล้างเอาน้ำยาหรดาลที่เขียนและถมพื้นไว้ออก) คงเหลือทองคำเปลวที่อยู่บนพื้นรัก จึงปรากฏเป็นลวดลายหรือภาพตามที่เขียนไว้อย่างงดงาม

นายอภิเดชกล่าวต่อว่า ความเชี่ยวชาญในด้านงานจิตรกรรมไทย สามารถเขียนลวดลายไทยได้ในทุกรูปแบบ เช่น ลายกนก ลายเปลวเพลิง ลายกระจังตาอ้อย ลายใบเทศ เป็นต้น ไปจนถึงการเขียนเป็นภาพเรื่องราวในวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์ พระเวสสันดรชาดก โดยเอกลักษณ์ผลงานลายรดน้ำที่โดดเด่น มีหลากหลายรูปแบบทั้งผลงานประเภทเครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา เช่น โต๊ะหมู่บูชา ฐานพระพุทธรูป ตู้พระธรรม เจว็ด โลงบรรจุสังขาร และประเภทของใช้ทั่วไปหรือของที่ระลึก เช่น จาน หมวก ขันหมาก ภาพติดผนัง โต๊ะ หีบ เป็นต้น

“ด้วยกระบวนการทำที่ยังคงเน้นการอนุรักษ์การทางานแบบโบราณ โดยการใช้รักแท้ที่ผสมขึ้นเอง เมื่อนำไปปิดทอง จึงปรากฏผลงานที่มีสีทองสุกปลั่งเหลืองอร่าม ส่วนลวดลาย มีลายเส้นที่ คมชัดแต่อ่อนหวาน พลิ้วไหว เช่น ลายดอกพุดตาน ลายพรรณพฤกษา เช่น หนู ต้นไม้ โขดหิน และสัตว์หิมพานต์ เป็นต้น”

“ผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจ คือ ได้เป็นส่วนหนึ่งใน การสร้างสรรค์เขียนลายรดน้ำประดับโลงบรรจุสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ โดยได้ออกแบบและเขียนภาพเป็นลวดลายประวัติ ของหลวงพ่อคูณ บริเวณส่วนด้านบนจะเป็นนามอักษรย่อของหลวงพ่อคูณ ประกอบลายเครือเถาดอกไม้ คละเคล้ากับลายนกต่างๆ ถือเป็นงานที่ได้รับเกียรติในการเป็นช่างเขียนลายรดน้ำที่ภูมิใจเป็นอย่างมาก ซึ่งผมมุ่งมั่นทุ่มเทในการฝึกฝน เพื่อพัฒนาฝีมือ เผยแพร่ผลงานและความรู้ในงานหัตถศิลป์โบราณแขนงนี้ให้เป็นที่รู้จักและอยู่คู่คนไทยต่อไป” นายอภิเดชกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน