น้ำใจจากสิงห์เพิ่มรอยยิ้มนักกีฬาพิการไทย – ขึ้นชื่อว่า “คนพิการ” ไม่ว่าจะมากน้อย ทั้งด้านร่างกาย ด้านสติปัญญา ทุกคนที่พิการย่อมต้องใช้ชีวิตประจำวันยุ่งยากลำบากมากกว่าคนปกติทั่วไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ การจะกินอยู่ หลับนอน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของคนปกติ กลับเป็นเรื่องยุ่งยากแสนเข็ญสำหรับผู้พิการ แล้วการต้องออกไปผจญชีวิตข้างนอกบ้านจะลำบากลำบนเพียงใด
แต่คนพิการเหล่านี้กลับมีความมุมานะมากกว่าคนทั่วไป เพราะไม่ต้องการให้ใครมาดูแคลนความสามารถในการดูแลชีวิตของตัวเอง ทุกคนจะพยายามหาทางออกเพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปกติให้ได้มากที่สุด หรือรบกวนคนรอบข้างให้น้อยที่สุด
ในวงการกีฬาความนิยมส่วนใหญ่คือกีฬาสำหรับคนปกติทั่วไป แต่ผู้ด้อยโอกาสทางร่างกายต้องการให้เห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นสามารถข้ามเขตจำกัดของร่างกายหรือสติปัญญาเพื่อเล่นกีฬาได้เหมือนกัน
กระนั้นก็ดีการจะก้าวข้ามแค่อุปสรรคด้านร่างกายหรือด้านอื่นๆ เพื่อการเป็นนักกีฬาคนพิการทีมชาตินั้นยุ่งยากไม่น้อยกว่าการติดทีมชาติของคนปกติเช่นเดียวกัน พวกเขาต้องขยันมากกว่า ทุ่มเทมากกว่า ในการไปให้ถึงจุดที่ตนเองใฝ่ฝัน ยิ่งการเป็นตัวแทนชาติแล้วไปแข่งกับคนอื่นในระดับโลกไม่ต้องพูดถึง ถ้า “ไม่แน่” คงยากจะประสบความสำเร็จ
มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่านักกีฬาคนพิการของไทยนั้นผลงานยอดเยี่ยม จากการคว้าได้ถึง 18 เหรียญรางวัล แบ่งเป็นเหรียญทอง 5 เงิน 5 และอีก 8 ทองแดง รั้งอันดับ 25 ของโลก เป็นเบอร์ต้นๆ ของทวีปเอเชีย และแน่นอนรั้งเบอร์ 1 ชาติอาเซียน
แน่นอนเมื่อใครประสบความสำเร็จได้เหรียญรางวัลกลับมาหน่วยงานรัฐบาลต้องมีรางวัลตอบแทนจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ จะได้มากน้อยเท่าไหร่ย่อมต้องลดหลั่นกันไปตามกฎเกณฑ์ ส่วนคนที่ไม่ได้เหรียญต้องทำใจว่าจะมีส่วนแบ่งจากสมาคมกีฬาที่ตนสังกัดตกมาถึงมากน้อยเพียงใด ทั้งที่มุ่งมั่นเต็มความสามารถแล้วแต่ไม่ได้เหรียญ
เรื่องนี้ไม่พ้นสายตาของ “สิงห์ คอ เปอเรชั่น” โดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่เห็นคุณค่าของนักกีฬาคนพิการไทยอย่างดี เนื่องจากให้การสนับสนุนกีฬาคนพิการไทยมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 หรือราว 16 ปีมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ปล่อยให้มีผู้ “ตกหล่น”

จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี
ล่าสุด นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เป็นหัวเรือจัดงานเลี้ยงต้อนรับและแสดงความยินดีในความสำเร็จของนักกีฬาพาราลิมปิกไทย เมื่อ 23 ก.ย. นอกจากจะเป็นงานเลี้ยงแสดงความขอบคุณ ร่วมยินดีในความสำเร็จแล้ว ยังเป็น การบ่งบอกให้เห็นว่าทุกคนไม่ได้มองข้าม
เพราะทุกคนที่เข้าร่วมพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว จะได้เงินพิเศษจาก สิงห์ คนละ 40,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้เหรียญรับมากขึ้นมาหน่อย โดยเหรียญทองรับเหรียญละ 1 ล้าน เหรียญเงินรับ 5 แสน และเหรียญทองแดง เหรียญละ 3 แสนบาท รวมเบ็ดเสร็จเป็นเงินถึง 15.4 ล้านบาท
แม้จะมองในรายบุคคลว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้ทำให้ใครเป็นเศรษฐีก็จริงอยู่ แต่เชื่อเถอะจำนวนดังกล่าวไม่น้อยเลยสำหรับคนผู้ด้อยโอกาสทางสังคม อย่างน้อยที่สุดเม็ดเงินดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือต่อยอดในการใช้ชีวิตของแต่ละคนได้อย่างดีในอนาคต
ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่เพียงรอยยิ้มที่เห็นได้จากนักกีฬาคนพิการไทยเมื่อได้รับเงินสนับสนุน แต่เม็ดเงินดังกล่าวยังอาจสร้างรอยยิ้มเพิ่มเติมให้พวกเขาเหล่านี้ได้ในอนาคตกับการใช้ชีวิตประจำวัน
