ประจวบฯ – นายพีระ สุกิจปาณีนิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไร่เก่า อ.สามร้อยยอด เผยว่า ในฐานะเกษตรกรชาวไร่สับปะรดรายใหญ่ ปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรม ต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมการแปรรูป หลังสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดนานเกือบ 2 ปี พบว่าแรงงานประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากทั้งพม่า ลาว และกัมพูชา เดินทางกลับบ้านและไม่สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติในโรงงานสับปะรดกระป๋อง สับปะรดพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด ราคากิโลกรัมละ 6 บาท ต้นทุนการผลิต ก.ก.ละ 5 บาท หากโรงงานแปรรูปขาดแรงงานไม่สามารถผลิตได้เต็มที่ โรงงานจะลดราคารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร คาดว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 จะมีสับปะรดล้นตลาด เนื่องจากโรงงานไม่มีแรงงานผลิต ทำให้มีราคาไม่เกิน ก.ก.ละ 4 บาท โรงงานบางแห่งต้องลดกำลังการผลิต บางโรงปิดตัวชั่วคราว เป็นวิกฤตที่เกิดจากการขาดแคลนแรงงาน ขณะที่ตลาดต่างประเทศต้องการผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋องจากไทยอย่างมาก เจ้าของโรงงานสับปะรดกระป๋องเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
“เป็นเกษตรกรชาวไร่สับปะรดมานานหลายสิบปี ญาติมีโรงงานสับปะรดทำให้รู้ถึงปัญหา จึงอยากจะสะท้อนปัญหาและแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาให้การขาดแคลนแรงงาน รัฐต้องเปิดด่านและอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานได้ ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดีกว่าเกิดปัญหาลักลอบผ่านแดนแอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ แม้เจ้าหน้าที่จะลาดตระเวนเข้มข้นเพียงใด แต่การลักลอบยังเกิดขึ้นต่อเนื่องเพราะประจวบฯ มีช่องทางธรรมชาติมาก ยากต่อการตรวจสอบ จับได้ส่งกลับต่างประเทศ สุดท้ายพบว่ามีการลักลอบกลับเข้ามาอีก”
ให้แรงงานที่ต้องการทำงานติดต่อนายจ้างพอเข้ามาแล้วมากักโรค กักโรคเสร็จ ทำบัตรให้ถูกต้อง ช่วงกักโรคอาจจะใช้พื้นที่ของโรงงานที่ประสงค์รับแรงงานต่างด้าว จัดสถานที่กักโรค ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกให้นายจ้างรับผิดชอบ ส่วนที่สองแรงงาน และส่วนที่สามภาครัฐรับผิดชอบ จะแก้ปัญหาได้ทุกวันนี้รัฐปิดประเทศปิดด่านทุกช่องทาง แต่ถามว่าทำไมยังมีปัญหาลักลอบผ่านแดน จับได้ต่อเนื่อง ครั้งละ 20-30 คน ซึ่งไม่ถึง 1% ของจำนวนแรงงานที่ลักลอบจริงด้วยซ้ำ โรคที่เกิดขึ้นขณะนี้เกิดจากปัญหาการลักลอบเข้ามาของแรงานและนำโรคมาด้วยทั้งนั้น อยากให้เปิดด่านอนุญาตให้แรงงานเข้าอย่างถูกต้อง จะแก้ปัญหาได้ทั้งระบบ