เยอรมันลุ้นผู้นำ-ลายุค‘แมร์เคิล’ – วันที่ 26 ก.ย. เอเอฟพีรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งคึกคักในประเทศเยอรมนีซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ เพราะเป็นการสิ้นสุดยุครัฐบาลนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ผู้นำหญิงแกร่งแดนอินทรีเหล็กที่รั้งเก้าอี้บริหารประเทศมาอย่างยาวนานถึง 16 ปี
ท่ามกลางการจับตามองของพรรคคู่แข่งสำคัญอย่างพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนและพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (เซเดอู/เซเอ็สอู) พันธมิตรพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายเสรีอนุรักษนิยม กลาง-ขวา
ซึ่งนายอาร์มิน ลาเชต มุขมนตรีรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน นั่งเป็นประธานพรรคแทนนางแมร์เคิล กับพรรคสังคมประชาธิปไตยเยอรมนี (เอสเพเด) ฝ่ายกลางซ้าย นำโดยนายโอลาฟ ชอลซ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง
โดยผลสำรวจความเห็นก่อนหน้านี้ระบุว่าพรรคเซเดอู/เซเอ็สอูมีคะแนนร้อยละ 23 ตามพรรคเอสเพเดซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 25
รายงานระบุว่าเขตเลือกตั้งเปิดให้ผู้มีสิทธิราวร้อยละ 40 จากประชากรทั้งหมด 60.4 ล้านคน ลงคะแนนระหว่างเวลา 08.00-18.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่หลายฝ่ายแสดงความเห็นว่ายากที่จะคาดเดาผลการเลือกตั้ง เนื่องจากผู้มีสิทธิลงคะแนนมากกว่า 1 ใน 3 ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกใคร ด้าน
ประธานาธิบดีแฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ เรียกร้องให้ชาวเยอรมันทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ “ใครก็ตามที่มีส่วนร่วม เสียงของเขาจะได้ยิน ใครที่ไม่ลงคะแนนก็คงต้องปล่อยให้ คนอื่นตัดสินใจแทน”
ด้านบีบีซีรายงานว่าแม้ผลการเลือกตั้งจะชัดเจน แต่ยังมีกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลผสม และว่ามีโอกาสยากมากที่พรรคเซเดอู/เซเอ็สอูและพรรคเอสเพเดจะกลับมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพียงสองพรรคอีกครั้ง ซึ่งชาวเยอรมันคาดว่าจะมีการรวมพรรค 3 พรรคเข้าด้วยกัน โดยเรียกการรวมตัวตามสีของพรรคกับสีสัญลักษณ์และสีธงชาติ ได้แก่ สีไฟจราจร รวมตัวกันระหว่างพรรคเอสเพเด พรรคเสรีประชาธิปไตย (เอฟเดเพ) และพรรคกรีน ธงจาเมกา พรรคเซเดอู/ เซเอ็สอู ร่วมกับพรรคเอฟเดเพ และพรรคกรีน ธงเยอรมันเป็นพรรคเซเดอู/เซเอ็สอู พรรคเอสเพเด และพรรคเอฟเดเพ ธงเคนยามีพรรคเซเดอู/เซเอ็สอู พรรคเอสเพเด และพรรคกรีน
สำหรับนางแมร์เคิลนั้น ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2548 และขึ้นแท่นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเยอรมนี ด้วยความสามารถโดดเด่นนายกฯ หญิงจึงชนะการเลือกตั้งในปี 2552 ตามคาด และยังสรางผลงานต่อเนื่องจนคว้าชัยชนะถล่มทลายในศึกเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ก่อนจะรั้งตำแหน่งในสมัยที่ 4 เมื่อปี 2560 ภายหลังพรรคเซเดอู/เซเอ็สอูครองเสียข้างมาก
แต่อีกปีถัดมาผลการเลือกตั้งท้องถิ่นของพรรคเซเดอููไม่เป็นไปตามความคาดหมายและในปีเดียวกันนางแมร์เคิลก็ประกาศว่าจะไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมัยที่ห้า ก่อนลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเซเดอูในเวลาต่อมา