‘ฮอนด้า แอคคอร์ด’รุ่น EL – ทําตลาดบ้านเรามาพักใหญ่แล้ว ‘ฮอนด้า แอคคอร์ด’ ใหม่ ถึงเวลาที่ จับมาแต่งหน้าทาปาก เติมอุปกรณ์ให้เข้ากับยุคสมัย หรือที่เรียกว่าไมเนอร์ เชนจ์

เพื่อให้สัมผัสตัวรถอย่างเต็มที่ ทีมงานฮอนด้า จัดทดสอบแบบวันเดย์ ทริปเลือกเส้นทางได้ตามใจชอบ

‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้ขับคันเดียวกับ ‘น้องต้า’ วุฒิณี ทับทอง ผู้ช่วยหัวหน้าข่าวโต๊ะรถยนต์แห่งสำนักประชาชาติธุรกิจเลือกจุดหมายปลายทาง จ.ชัยนาท

เพราะดูจากแผนที่แล้ว ไป-กลับ จากนิคมอุตสาหกรรมบางชันอยู่ที่ประมาณ 400 ก.ม. ได้ระยะทางกำลังเหมาะ

ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น EL เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO จอดรอพร้อมอยู่แล้ว

เดินวนรอบคัน ดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง และพอจะคุ้มกับค่าตัวที่เพิ่มขึ้น 24,000 บาทหรือไม่

สิ่งที่ฮอนด้าใส่เพิ่มให้กับแอคคอร์ดใหม่ หลักๆ มี 2 อย่าง

ฮอนด้า เซนซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งเดิมให้เฉพาะรุ่น e:HEV หรือไฮบริดเท่านั้น เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัย ที่ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า

อาทิ ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก ระบบควบคุมรถให้อยู่ ในช่องทาง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ เป็นต้น

ส่วนอีกอย่างหนึ่งคือ ระบบชาร์จไฟโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) เพิ่มความสะดวก แต่ถ้าโทรศัพท์ไม่รองรับ ก็ยังมีช่องเสียบ USB ด้านหน้า 2 ช่อง และเบาะหลังอีก 2 ช่อง

ภายนอกยังคงเหมือนเดิม เพราะดีไซน์ได้อย่างค่อนข้างลงตัวอยู่แล้ว เส้นสายปราดเปรียว เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต กระจังหน้าโครเมียมเชื่อมต่อไฟหน้า และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไฟตัดหมอกแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยท่อไอเสียคู่

ขึ้นขับเป็นไม้แรก เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว อ่านค่าง่าย ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay

ออกเดินทางเข้าเส้นมีนบุรีต่อเนื่องรามอินทรา รับรู้ถึงความคล่องตัว เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ เรียกกำลังมาใช้งานได้ตั้งแต่ตีนต้น

ผนวกกับกระจกหน้าที่กว้าง เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ หลบหลีก เปลี่ยนเลนได้อย่างคล่องแคล่ว จนแทบลืมไปว่า กำลังขับขี่อยู่บนรถขนาด D เซ็กเมนต์

ตัดเข้าสายเอเชีย เลนขวาสุดใช้ความเร็วได้ถึง 120 ก.ม. เครื่องยนต์ไม่มีความเครียดให้ได้รู้สึก ช่วงล่างแน่นหนึบ

พ้นจ.อ่างทอง การจราจรเริ่มบางตา เพิ่มน้ำหนักที่แป้นคันเร่ง เข็มไมล์ขยับขึ้น 120-140-160 ก.ม.ต่อช.ม. ชนิดแทบจะในพริบตา ไต่ความเร็วขึ้นไปอีกจนไปปริ่ม 190 ก.ม.ต่อช.ม. ซึ่งยังไม่น่าจะหมดเพราะแป้นคันเร่งยังมีให้เหยียบได้อีก เพียงแต่ถนนมีให้ทำได้แค่นี้

ช่วงล่างที่ย่านความเร็วสูง ไม่ได้มีอาการสั่นไหว หรือวาบหวิวให้ได้รู้สึก นิ่งสมกับการเป็นซีดานขนาดกลาง

ลองปรับไปใช้โหมดสปอร์ต แค่กดปุ่มบริเวณท้ายคันเกียร์ ความดุดันเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่แทบไม่แตกต่าง เพราะโหมดนอร์มอลก็โหดพอตัวอยู่แล้ว

การเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนบนความเร็ว ด้วยความใหญ่โตของ ตัวรถทำให้เหมือนกับไปเป็นแท่ง แต่ไม่ได้มีอาการหน้าดื้อ ท้ายดิ้นเลยแม้แต่น้อย

ขากลับสลับไปนั่งเบาะหลัง พื้นที่วางขามากพอให้ไขว่ห้างยังไหวช่องว่างระหว่างศีรษะกับหลังคารถมีอยู่พอสมควร

ช่วงล่างนุ่มในระดับหนึ่ง ส่วนความนิ่งต้องยกให้เลย เพราะตลอดทางขากลับ ต้องขับฝ่าพายุฝนชนิดแทบมองไม่เห็นทาง แถมยังต้องทำเวลา แต่ไม่ได้รู้สึกหวาดเสียวเลยสักนิด

แรงเหวี่ยงเวลาเข้าโค้ง หรือเปลี่ยนเลน มีน้อยมาก แม้จะอยู่บนความเร็วสูงก็ตาม

รวมระยะทางที่ทดสอบกันวันนั้น 417.8 ก.ม. อัตราสิ้นเปลือง 11.3 ก.ม.ต่อลิตร ถือว่าประหยัดพอตัวอยู่เหมือนกัน เพราะจัดหนักกัน ตลอดทริป และที่สำคัญรองรับการใช้น้ำมัน E85

ค่าตัวของ แอคคอร์ด ใหม่ รุ่น EL อยู่ที่ 1.499 ล้านบาท

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน