ฝ่ายค้านอัด‘บิ๊กตู่’แก้น้ำท่วมเหลว – เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ส.ส.ชัยภูมิ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในชุมชนขี้เหล็กน้อย-ปรางค์กู่ และชุมชนหนองบ่อ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน
นายประเสริฐกล่าวว่า น้ำท่วมเป็นภัยซ้ำซากเกิดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี รัฐบาลขาดการวางแผนอย่างเป็นระบบ ขาดระบบเตือนภัย เพื่อแจ้งให้ประชาชนรับทราบก่อนเกิดเหตุ และที่น่าเป็นห่วงคือ ขณะนี้น้ำได้หลากเข้าท่วมโรงพยาบาล และบ้านเรือนประชาชน วงกว้างมากขึ้น เนื่องจากฝนยังตกต่อเนื่อง รัฐบาลควรมีมาตรการที่ชัดเจนในการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือนประชาชนออกโดยเร็ว พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำล้นของรัฐบาลล้มเหลวซ้ำซาก ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้งบบริหารจัดการน้ำปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท รวมแล้วมากกว่า 4 แสนล้านบาท แต่ประชาชนต้องประสบปัญหา ภัยแล้ง น้ำท่วมทุกปี งบตรงนี้รัฐบาลต้องชี้แจงนำไปทำอะไร

ที่สำคัญหลังการรัฐประหารปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ประกาศแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำล้นอย่างบูรณาการ เป็นเพียงคำพูดให้ดูดีเท่านั้นใช่หรือไม่ แต่ไม่เคยทำได้จริง ถึงเวลานี้ประชาชนทั้งประเทศหมดศรัทธา ไม่เหลือความเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์อีกแล้ว ทางที่ดีควรหาทางลงจากอำนาจได้แล้ว หากยั้งยื้อและยึดติดอำนาจต่อไป เกรงว่าจะหาทางลงไม่ได้
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลล้มเหลว พล.อ.ประยุทธ์ อยู่มา 7 ปีกว่า ใช้เงินไปหลายล้านล้านบาท ได้แก้ปัญหาอย่างคุ้มค่ากับเวลาและภาษีที่ผลาญไปหรือไม่
นายกฯ ควรมีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง บางปัญหา บางพื้นที่อาจแก้ไม่ได้หรือจำเป็นต้องใช้งบมากหรือระยะเวลานาน ก็ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่ไล่ไปสวดมนต์ ส่วนในระยะสั้นหรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าควรมีการแจ้งเตือนประชาชนให้ได้ยกของ หรือในกรณีเขื่อนแตกก็ต้องแจ้งเตือนให้เร็ว เพื่อจัดการอพยพโดยด่วน
ทุกวันนี้มีหลายแอพพลิเคชั่น แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์รัฐบาลทำได้เพียงแค่ส่งข้อความครอบจักรวาล เช่น ระวัง 24-26 ก.ย.64 พายุเข้าอีสาน เหนือ กลาง มีฝนตกหนัก-เสี่ยงน้ำท่วม/อุตุฯ หลายคนที่ได้รับข้อความจึงไม่รู้สึกว่าเป็นประโยชน์นัก เพราะพื้นที่ที่แจ้งเตือนกว้างมาก ไม่ตอบโจทย์ และยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับข้อความเตือนภัยเลย
นายกฯ ควรทราบว่า เทคโนโลยีทุกวันนี้ไปไกลมาก อยากให้ไปดูตัวอย่างที่ดีจากในต่างประเทศ แล้วสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ส่ง SMS แจ้งเตือนเฉพาะเบอร์ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง