คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
โดย…เภรี กุลาธรรม
บริหารจัดการน้ำ
มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมประเทศไทยปี 2554 มีความสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.44 ล้านล้านบาท
ถือเป็นบทเรียนราคาแพงมหาศาล ที่จะต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีแนวคิดที่จะดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
ภายใต้งบประมาณ 3 แสน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำให้มีประสิทธิภาพ และป้องกันอุทกภัยในระยะสั้นและระยะยาว
รายละเอียดโครงการแบ่งออกเป็น 9 โมดูล 10 กลุ่มโครงการ วางแผนก่อสร้างแล้วเสร็จในระยะเวลา 5 ปี ได้แก่
กลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง, ยม, น่าน, สะแกกรัง และป่าสัก ให้ได้ความจุ เก็บกัก 1.3 ล้าน ลบ.ม.
การจัดทำผังการใช้ที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน ในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อมพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจหลัก สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
การปรับปรุงพื้นที่เกษตรชลประทานในพื้นที่โครงการชลประทานเหนือ จ.นครสวรรค์ เพื่อเก็บกักน้ำหลากชั่วคราว
การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำ ในพื้นที่แม่น้ำยม, น่าน และเจ้าพระยา
การจัดทำทางผันน้ำ (Flood diversion channel) ขนาดประมาณ 1500 ลบ.ม./วินาที รวมทั้งการก่อสร้างถนนเพื่อรองรับการคมนาคม
ระบบคลังข้อมูลเพื่อการพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ
ส่วนลุ่มน้ำอื่นๆ การสร้างอ่างเก็บน้ำอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำ ทั้งการจัดทำผังการใช้ที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน ในพื้นที่ลุ่มน้ำ รวมทั้งการจัดทำพื้นที่ปิดล้อมพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจหลัก
การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลักและการป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมแม่น้ำ และระบบคลังข้อมูลเพื่อการพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ
จนคสช.ยึดอำนาจ และออกประกาศกระทรวงการคลังยกเลิกการกู้เงินสำหรับโครงการนี้
7 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เห็นโครงแก้ปัญหาน้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม!!!