เหล่าทัพย้ำนโยบายเลิก-ลดซื้ออาวุธ
ปรับตัว-เน้นซ่อมบำรุงแทน

วันที่ 1 ต.ค. ที่บก.ทบ. พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทบ. ในฐานะโฆษกทบ. แถลงผลการปฏิบัติงานทบ.ประจำปี 2564 และแนวทางการพัฒนาทบ.ตามห้วงระยะเวลา 1 ต.ค. 63-30 ก.ย. 66 ว่า ทบ.สนับสนุนรัฐบาลและช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19 ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต ยังคงพัฒนาองค์กรตามแผนพัฒนาทบ.เพื่อให้เป็นหน่วยงานรูปแบบเบา ประหยัด คล่องตัวสูงและมีประสิทธิภาพ

ปีงบประมาณ 2564 มีการดำเนินการและการปฎิบัติที่สำคัญ เช่น การพัฒนาหน่วยงานแพทย์ทหารทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาล เครื่องมือ เวชภัณฑ์ ตลอดจนกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนรัฐบาลและศบค. ได้เต็มที่ การนำยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ ทุกประเภท ตลอดจนกำหนดบทบาทหน้าที่ให้หน่วยทหาร ทุกหน่วยสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทุกรูปแบบ และมีแนวทางยกเลิกหรือลดจำนวนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้มากที่สุด และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศมาใช้มากขึ้น ภาพรวมคือพยายามรักษาสภาพยุทโธปกรณ์ให้ใช้งานได้ดีที่สุด เน้นการซ่อมบำรุงรักษา หากไม่สามารถรักษาได้ก็ซื้อจากต่างประเทศแต่เป็นจำนวนน้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทร. และทอ.ประสบปัญหางบประมาณเพื่อเดินหน้าตามแผนพัฒนากองทัพเช่นกัน หลังถูกตัดงบไปแก้โควิด ทำให้การจัดหาเรือรบ-เครื่องบินรบ รวมถึงอากาศยานต่างๆ ในโครงการใหญ่ต้องชะลอไป และใช้แนวทางซ่อมบำรุงเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดย ทร.กำลังจะปลดระวางประจำการเรือรบประมาณ 10 ลำ และเตรียมส่งมอบให้หน่วยงานหรือเอกชนที่ต้องการ เนื่องจากต้องใช้งบดูแลรักษาแต่ละเดือนประมาณ 3 แสนบาท และเลื่อนแผนการจัดหาเรือลำใหม่มาทดแทนไปก่อน ขณะที่ ทอ.ควบรวมฝูงบิน 102 ไปอยู่กับฝูงบิน 103 เนื่องจากเครื่องบิน F-16 ADF ถูกปลดประจำการหลายเครื่อง และเพื่อประหยัดงบประมาณ ทอ.นำเครื่องที่เหลือมาประจำการที่ฝูงบิน 103 ซึ่งมีเครื่องบิน F-16 AB ประจำการอยู่เช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน