น้ำมันแพง-สิ้นสุดมาตรการรัฐดันเงินเฟ้อ – เงินเฟ้อเดือนก.ย.กลับมาขยายตัว จากน้ำมันแพงและเทศกาลกินเจ ดันราคาผักพุ่งพรวด ซ้ำเติมจากถูกน้ำท่วมอยู่แล้ว คาดไตรมาส 4 ยิ่งขาขึ้น มีแรงส่งจากการสิ้นสุดมาตรการรัฐและเงินบาทอ่อนค่า รวมถึงการคลายล็อกดาวน์ทำให้คนใช้จ่ายมากขึ้น
นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงดัชนีราคาผู้บริโภค หรือเงินเฟ้อทั่วไป เดือนก.ย.2564 ว่ากลับมาขยายตัวอีกครั้งที่ 1.68% และในช่วง 9 เดือนแรกของปีขยายตัว 0.83%
ปัจจัยสำคัญจากการสิ้นสุดลงของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพด้านสาธารณูปโภค ค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา และระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงยังสูงต่อเนื่อง โดยน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงถึง 32.44% และราคาผักสดเพิ่มขึ้น 4.13% จากความเสียหายหลังน้ำท่วม มีผลต่อเงินเฟ้อในเดือนนี้
ขณะที่สินค้าอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังเคลื่อนไหวเป็นปกติและค่อนข้างทรงตัว ยกเว้นสินค้ากลุ่มอาหารสดที่เคลื่อนไหวในทิศทางที่ค่อนข้างผันผวน แต่ส่วนใหญ่ยังมีราคาต่ำกว่าปีก่อน โดยเฉพาะข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว เนื้อสุกร ไก่สด ผักสดและผลไม้สด ยกเว้นไข่ไก่ที่ยังมีราคาสูงกว่าปีก่อนค่อนข้างมากแต่แนวโน้มราคาเริ่มลดลง
ในเดือนก.ย.มีสินค้าราคาสูงขึ้น 204 รายการ ไม่เปลี่ยนแปลง 69 รายการ และลดลง 157 รายการ ส่วนใหญ่ราคาเพิ่มในกลุ่มไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม
ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 4 หากไม่มีมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐเพิ่มเติม มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยบวก 1.4-1.8% ปัจจัยสำคัญจากแนวโน้มราคาน้ำมันยังอยู่ในทิศทางเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา แนวโน้มสถานการณ์ โควิดเริ่มผ่อนคลายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา แนวโน้มการอ่อนค่าของค่าเงินบาทส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและขนส่ง
อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดอาหารสดบางชนิดโดยเฉพาะข้าว ผักสด และผลไม้สด ยังคงมีแนวโน้มต่ำกว่าปีก่อน และมีโอกาสผันผวนตามสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ ขณะที่สถานการณ์โควิดยังคงเป็นความเสี่ยงที่เป็นตัวแปรสำคัญของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ที่ต้องเฝ้าระวังและส่งผลต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่แนวโน้มของดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นทำให้สนค.ปรับสมมติฐานการคำนวณอัตราเงินเฟ้อ ในปีนี้ใหม่ และปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อใหม่อยู่ในกรอบ 0.8-1.2% และค่ากลาง 1.0-1.2% จากเดิม 0.7-1.7%
โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้อัตราเงินเฟ้อจะขยายตัวสูงขึ้นอยู่ในกรอบประมาณ 1.4-1.8% ตามปัจจัยที่มีผลกระทบทั้งการขึ้นภาษีบุหรี่ เทศกาลกินเจ ปัญหาน้ำท่วมและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลทำให้สินค้านำเข้าราคาสูง
อ้างอิงจีดีพีทั้งปีที่โต 0.7-1.2% น้ำมันโลก (ดูไบ) เฉลี่ยทั้งปี 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าเงินบาทเฉลี่ย 31.50-32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อัตราเงินเฟ้อหากเทียบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่เพิ่มในอัตราใกล้เคียงกันถือว่ายังไม่ผิดปกติ