ปลัดกทม.ตั้งเป้าลดขยะเป็นศูนย์ – กทม. – นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณขยะที่จัดเก็บในพื้นที่กรุงเทพฯ เฉลี่ยวันละ 10,000 ตัน และคาดการณ์ว่าปริมาณขยะอาจเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการแก้ไข เร่งด่วนเพื่อไม่ให้ขยะล้นเมือง

นายขจิตกล่าวว่า กทม.วางแนวทางการลดปริมาณขยะแบ่งออกเป็น 2 แนวทางโดยแนวทางแรกจะเร่งผลักดันโครงการเตาเผาขยะ 2 แห่ง ที่หนองแขม และอ่อนนุช สามารถรองรับปริมาณการจำกัดขยะ 65% ส่วนขยะอีก 35% จะนำกลับมาใช้ใหม่ผ่านหลัก 3 อาร์ ประกอบด้วย รีดิวซ์ คือ การลดการใช้ การใช้น้อยเท่าที่จำเป็น หรือการลดสร้างของเสีย รียูส คือ การใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อยืดอายุการใช้งานและใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น รีไซเคิล คือ การแปรรูปมาใช้ใหม่ ตั้งเป้าทำอย่างไรให้ขยะเหลือ 0% เพื่อลดผลกระทบกับชุมชน รวมถึงลดปัญหา สิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อม (สสล.) จัดทำแผนดำเนินการ

สำหรับโครงการเตาเผาขยะผลิตไฟฟ้า เริ่มดำเนินการนำร่องที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและพบว่า มีประสิทธิภาพ กำจัดขยะได้ประมาณ 500 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้าได้ 10 เมกะวัตต์ ต่อมากทม.ได้ขยายโครงการนำขยะผลิตไฟฟ้าที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช

และส่วนที่เหลือของศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เป็นเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่เกิน 1,000 ตัน/วัน กำลังผลิตไฟฟ้า 30 เมกะวัตต์/แห่ง ซึ่งตามแผนกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2565 นอกจากนี้ยังมีแผนทำโครงการลักษณะเดียวกัน ที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยสายไหม ขนาด 1,000 ตัน/วัน เป็นโครงการต่อไปอีกด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนภาคเอกชนผู้ดำเนินโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าอ่อนนุช-หนองแขม เนื่องจากความล่าช้า การทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้าใหม่นั้น ส่งผลกระทบในหลายเรื่องเป็นลูกโซ่กับแผนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะแผนด้านการเงินที่ทำกับสถาบันการเงินการนำขยะมาผลิตไฟฟ้าจะช่วยให้ค่าจัดการขยะไม่เพิ่มขึ้น หรือคงที่ไปตลอด 20 ปีของโครงการที่อัตรา 789 บาทต่อตัน

สำหรับโครงการฯอ่อนนุช และ 775 บาท ต่อตันที่โครงการฯหนองแขม เทียบกับการไม่มีโครงการนำขยะมาผลิตเป็นไฟฟ้า ค่าขนส่งและฝังกลบไปอีก 20 ปี จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 535 บาทต่อตันไปอยู่ที่ 1,295 บาท ต่อตันที่หนองแขมและเป็น 1,338บาท ต่อตันที่อ่อนนุช

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน