พัฒนาระบายน้ำกทม.-ปริมณฑล – ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 18 ต.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาระบบระบายน้ำ และเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ ว่า ปัจจุบันมีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง สถานีสูบน้ำ 190 แห่ง ประตูระบายน้ำ 243 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 329 แห่ง จากการพัฒนาระบบดังกล่าว ส่งผลทำให้สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่าง มีประสิทธิภาพ
ซึ่งจากสถิติเวลาของการเกิดปัญหาน้ำท่วม เวลาการแก้ไข ความถี่ของการเกิดปัญหา รวมถึงจุดอ่อนน้ำท่วมที่ลดลงในทุกปี ตลอดจนในบางพื้นที่สามารถรองรับปริมาณฝนได้มากกว่าเมื่อก่อนที่ยังไม่พัฒนาระบบอย่างเช่นปัจจุบัน
นอกจากนี้ กทม.ยังได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพของการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นระบบการควบคุมเครื่องสูบน้ำระยะไกล ระบบ SCADA ระบบเรดาร์ตรวจจับกลุ่มฝน รวมถึงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์เพิ่มเติมตามสถานีสูบน้ำ ที่สำคัญ รองรับสถานการณ์ไฟฟ้าดับ เพื่อที่จะเร่งระบายน้ำ ออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่องและไม่เกิดปัญหาน้ำท่วม
ส่วนระบบระบายน้ำขนาดใหญ่อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อลดระยะเวลาการระบายน้ำ ในคลองสายหลักที่อยู่พื้นที่ชั้นในออกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ได้โดยตรง โดยมีแผนพัฒนาก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก จำนวน 6 แห่ง โดยเป็นฝั่งพระนคร 4 แห่ง และฝั่งธนบุรี 2 แห่ง รวมถึงได้มีการพัฒนา แก้มลิงใต้ดิน
โดยในระยะแรกได้เร่งดำเนินการในพื้นที่ จุดเสี่ยงน้ำท่วม จำนวน 4 แห่ง ปัจจุบันได้ดำเนินการ แล้วเสร็จ 2 แห่ง คือ บริเวณวงเวียนบางเขนและบริเวณปากซอยสุทธิพร 2 และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2 แห่ง คือบริเวณสวนสาธารณะถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนวิภาวดีรังสิต ความจุ 10,000 ลูกบาศก์เมตร และบริเวณแยกถนนศรีนครินทร์ตัดกับถนนกรุงเทพกรีฑา ความจุ 10,000 ลบ.ม. ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.ยังมีแผนดำเนินการในอีกหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้ประสาน ความร่วมมือและการประชุมร่วมกับกรมชลประทาน การไฟฟ้านครหลวง กรมทางหลวง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่รอยต่อ กับจังหวัดปริมณฑล