พาณิชย์ย้ำเงินเฟ้อ-ไม่กระทบเศรษฐกิจ – พาณิชย์สำรวจราคา 7 หมวดสินค้า ปรับเพิ่ม 204 รายการ ลดลง 157 รายการ และคงที่ 69 รายการ ส่วนเงินเฟ้อปรับขึ้นเล็กน้อย ระบุที่ประชาชนรู้สึกของแพงขึ้นเพราะสินค้าที่ปรับส่วนใหญ่เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันเช่น อาหารสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว และน้ำมัน
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและค่าบริการที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ว่าจากการอ้างอิงข้อมูลที่ใช้ในการจัดทำข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค จำนวน 430 รายการ ใน 7 หมวดที่จำเป็นต่อการครองชีพ
อัตราเงินเฟ้อล่าสุด เดือนก.ย.2564 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัว 1.68% เป็นอัตราที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น และเมื่อพิจารณาเป็นรายสินค้าและบริการจะพบว่า มีจำนวนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้
สินค้าและบริการที่ราคาเพิ่มขึ้น จำนวน 204 รายการ เช่น น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร ราคาเฉลี่ยเดือนก.ย. เท่ากับ 47.03 บาท เพิ่มขึ้น 11.11 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ราคาเฉลี่ยเดือนก.ย. เท่ากับ 30.43 บาท เพิ่มขึ้น 8.07 บาท เป็นต้น
สินค้าและบริการที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลง จำนวน 69 รายการ เช่น ค่าโดยสารรถประจำทาง ค่าบริการใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น สินค้าและบริการที่ราคาลดลง จำนวน 157 รายการ เช่น เนื้อสุกรส่วนสันนอก 1 กิโลกรัม ราคาเฉลี่ยเดือนก.ย. 153.74 บาท ลดลง 8.83 บาท
“การที่ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกว่าค่าครองชีพสูงขึ้น ทั้งที่เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก อาจจะมีสาเหตุจากค่าใช้จ่ายในสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สูงขึ้น เช่น กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง อาหารเช้า และอาหารตามสั่ง รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง”
นายรณรงค์กล่าวอีกว่าพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจ กระทรวงมี นโยบายและมาตรการเพื่อดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ขอให้ประชาชนมั่นใจในเรื่องเสถียรภาพราคา ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนที่บ่งชี้ว่ากำลังอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด หรือความซบเซาทางเศรษฐกิจ
ด้านนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กล่าวว่าการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) เดือนส.ค. 2564 มีมูลค่า 7,341.37 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.29% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก.ค.2564 ที่มีมูลค่า 6,206.26 ล้านเหรียญสหรัฐ