ผ้าบาติกทรงสะสม ในพระปิยมหาราช – เนื่องด้วยวันที่ 23 ตุลาคม เป็นวันปิยมหาราช หรือวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดเดือนตุลาคม ในรูปแบบออนไลน์ตามวิถีปกติใหม่ โดยมี ไฮไลต์ที่งานเปิดนิทรรศการ “ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา” ซึ่งเปลี่ยนวัตถุจัดแสดงใหม่เป็นครั้งที่ 3

งานเปิดนิทรรศการจัดขึ้นผ่านการถ่ายทอดสด (ไลฟ์) ทางเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles ของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2564 ได้รับเกียรติจาก รัคมัต บูดีมัน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศ ไทย และปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ร่วมกันกล่าวเปิดงาน
รัคมัต บูดีมัน กล่าวว่าการเสด็จฯเยือนชวาทั้ง 3 ครั้งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นหลักฐาน ที่ชัดเจนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ผ้าบาติกได้รับการยอมรับเป็นทางการว่าเป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย ตั้งแต่ พ.ศ.2552 หลังจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศให้ผ้าบาติกจากประเทศอินโดนีเซียเป็นผลงานชิ้นเอกด้านมุขปาฐะและมรดกวัฒนธรรมที่ไม่เป็นกายภาพของมนุษยชาติ ผ้าบาติกจึงถือว่าเป็นทั้งงานศิลปะและงานฝีมือ ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกมากขึ้น

ด้าน ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย กล่าวว่านิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการเสด็จฯเยือนชวาทั้งสามครั้ง และเพื่อตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงรวบรวมวิทยาการและศิลปวัฒนธรรมมาปรับใช้ในการวางรากฐานพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนสืบมาจนถึงปัจจุบัน ในระหว่างการเสด็จฯเยือนชวา พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจการต่างๆ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี สมัยใหม่ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของชวา
การเขียนผ้าบาติกถือเป็นงานหัตถศิลป์เลื่องชื่อของเกาะชวา มีลวดลายสวยงามเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงทรงซื้อและมีผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย รวมทั้งสิ้นกว่า 300 ผืน แต่ละผืนมีความโดดเด่นทั้งในแง่ความงดงามของศิลปะและองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์การแต่งกายของชวา ผ้าบาติกดังกล่าวเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีโดยสำนักพระราชวังและยังไม่เคยนำออกมาจัดแสดงที่ใดมาก่อน จนกระทั่งพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำออกมาศึกษาค้นคว้าและจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2561 โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 รอบ ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนวัตถุจัดแสดงรอบที่ 3 หรือรอบสุดท้ายแล้ว

ในงานเปิดนิทรรศการออนไลน์ ศาสตรัตน์ มัดดิน ภัณฑารักษ์ นำชม ชิ้นไฮไลต์ ได้แก่ ผ้านุ่ง (โสร่ง) แบบบัง บิรู อูงัน จากเมืองลาเซ็ม หมายถึงผ้าบาติก ที่ย้อมด้วยสีแดง สีน้ำเงิน และสีม่วง ลวดลายสื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าสตรีเชื้อสายจีนและยุโรป
ลายเถาไม้ที่เลื้อยขึ้นมาจากด้านล่างมีลักษณะคล้ายลายสาหร่าย (กังเกง) รับอิทธิพลมาจากลูกไม้ของฝั่งยุโรป, ผ้านุ่ง (กายน์ ปันจัง) ลายปาสแรน จากเมืองสุราการ์ตา หรือลายแม่โพสพ หรือเทพีแห่งข้าว ผ้าผืนนี้เขียนลายร่มสื่อความหมายถึงการคุ้มครองป้องกัน
ส่วนลายพัดหมายถึงความสงบสุข, ผ้าโพกศีรษะ (อิแกต เคพาลา) สันนิษฐานว่ามาจากเมืองจิเรบอน บริเวณชายฝั่งตอนเหนือของชวา เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าที่เมือง จัมบีบนเกาะสุมาตรา