เชลซีดวลนักบุญศึกคาราบาว – ศึกคาราบาว คัพ ล่าสุดเดินทางมาถึงรอบสี่ ซึ่งเหลือกันอยู่ 16 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันอังคารนี้มีศึกระหว่างทีมพรีเมียร์ลีกด้วยกัน เชลซี จะเปิดบ้านต้อนรับ เซาธ์แฮมป์ตัน กับอีกคู่ อาร์เซนอล ดวลแข้ง ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมไหนจะชนะผ่านเข้ารอบต่อไป มารอลุ้นกัน
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564
คาราบาว คัพ อังกฤษ
รอบสี่
เชลซี-เซาธ์แฮมป์ตัน – ทีมจากพรีเมียร์ลีกมาเจอกันเอง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน
เส้นทางที่ผ่านมาเชลซีเริ่มต้นจากรอบสาม เสมอแอสตัน วิลลา 1-1 (ชนะจุดโทษ 4-3) ส่วนเซาธ์แฮมป์ตันเริ่มจากรอบสอง ชนะนิวพอร์ต เคาน์ตี 8-0 ต่อด้วยรอบสาม เสมอเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-2 (ชนะจุดโทษ 4-2)
เช็กฟอร์ม 5 เกมหลังสุดไม่รวมรายการนี้ เชลซีแพ้ยูเวนตุส 0-1 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เยือน), ชนะเซาธ์ แฮมป์ตัน 3-1 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), ชนะเบรนต์ฟอร์ด 1-0 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), ชนะมัลโม 4-0 (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก : เหย้า), ชนะนอริช ซิตี้ 7-0 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า)
ด้านเซาธ์แฮมป์ตันเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), แพ้วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-1 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), แพ้เชลซี 1-3 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), ชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), เสมอเบิร์นลีย์ 2-2 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า)
สำหรับสถานการณ์ในลีกล่าสุด ทั้งคู่ลงสนาม 9 นัดเท่ากัน เชลซีชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บไป 22 คะแนน นำจ่าฝูง ส่วนเซาธ์แฮมป์ตันชนะ 1 เสมอ 5 แพ้ 3 มีอยู่ 8 คะแนน รั้งอันดับ 16
ผลงานในถ้วยนี้ที่ผ่านมา เชลซีได้แชมป์มาแล้ว 5 สมัย ฤดูกาลก่อนตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้าน เซาธ์แฮมป์ตันยังไม่เคยคว้าแชมป์ ทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์ 2 หน ฤดูกาลก่อนตกรอบสอง
เกมนี้เชลซีคงวางหมาก 4-3-3 เกปา อาร์ริซาบาลากา : เซซาร์ อัซปิลิกู เอตา, แอนเดรียส คริสเตนเซน, มาล็อง ซาร์, มาร์กอส อลอนโซ : รอสส์ บาร์กลีย์, รูเบน ลอฟตัส-ชีก, ซาอูล ญิเกซ : ฮาคิม ซิเยช, ไค ฮาเวิร์ตซ์, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย
ขณะที่เซาธ์แฮมป์ตันคงมาในระบบ 4-4-2 เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ : ยานน์ วาเลรี, ลียานโก, ยาน เบดนาเรก, โรแมง เปร์โรด์ : นาธาน เทลลา, อิบราฮิมา ดิยัลโล, สจวร์ต อาร์ม สตรอง, มุสซา เฌินโป : เช อดัมส์, นาธาน เรดมอนด์
ทั้งคู่คงจะส่งตัวสำรองลงเป็นส่วนใหญ่เหมือนกัน แต่เทียบกันแล้วเชลซีก็ยัง เหนือกว่าหลายขุมอยู่ดี “สิงโตน้ำเงินคราม” น่าคว้าชัยผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้
อาร์เซนอล-ลีดส์ ยูไนเต็ด – ศึกระหว่าง 2 ทีมจากพรีเมียร์ลีก “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด
เส้นทางที่ผ่านมา อาร์เซนอลเริ่มต้นจากรอบสอง ชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบียน 6-0 ต่อด้วยรอบสาม ชนะเอเอฟซี วิมเบิลดัน 3-0 ขณะที่ลีดส์เริ่มจากรอบสอง ชนะครูว์ อเล็กซานดรา 3-0 ต่อด้วยรอบสาม เสมอฟูแลม 0-0 (ชนะจุดโทษ 6-5)
เช็กฟอร์ม 5 เกมหลังสุดไม่รวมรายการนี้ อาร์เซนอลชนะเบิร์นลีย์ 0-1 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), ชนะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 3-1 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), เสมอไบรตัน 0-0 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), เสมอคริสตัล พาเลซ 2-2 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), ชนะแอสตัน วิลลา 3-1 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า)
ด้านลีดส์เสมอนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-1 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), แพ้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-2 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), ชนะวัตฟอร์ด 1-0 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า), แพ้เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 (พรีเมียร์ลีก : เยือน), เสมอวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1 (พรีเมียร์ลีก : เหย้า)
สำหรับสถานการณ์ในลีกล่าสุด ทั้งคู่ลงสนาม 9 นัดเท่ากัน อาร์เซนอลชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 3 เก็บไป 14 คะแนน ส่วนลีดส์ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 4 มีอยู่ 7 คะแนน
ผลงานในถ้วยนี้ที่ผ่านมา อาร์เซนอลเคยได้แชมป์ถ้วยนี้ 2 สมัย ฤดูกาลก่อนตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ขณะที่ลีดส์เคยคว้าแชมป์นี้ 1 สมัย ฤดูกาลก่อนร่วงรอบสอง
เกมนี้อาร์เซนอลคงใช้แผน 4-2-3-1 แบร์นด์ เลโน : เซดริก โซอาเรส, ร็อบ โฮลดิง, เซอัด โคลาซินัช, คีแรน เทียร์นีย์ : โมฮาเหม็ด เอลเนนี, โธมัส ปาร์เตย์ : นิโกลาส์ เปเป, มาร์ติน โอเดการ์ด, กาเบรียล มาร์ติเนลลี : อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์
ส่วนลีดส์น่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 อิลาน เมส์ลิเยร์ : เจมี แชกเคิลตัน, เลียม คูเปอร์, ชาร์ลี เครสส์เวลล์, จูเนียร์ ฟีร์โป : คัลวิน ฟิลลิปส์, อดัม ฟอร์ชอว์ : ครีเซนซิโอ ซัมเมอร์ฟิลล์, ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์, แจ๊ก แฮร์ริสัน : โรดริโก โมเรโน
อาร์เซนอลน่าจะมั่นใจขึ้นมากหลังทำผลงานช่วงหลังได้ดี แถมลีดส์เองก็ดูเหมือนจะไม่เน้นถ้วยนี้เท่าไหร่ “ปืนใหญ่” น่าเป็นฝ่ายชนะได้สำเร็จ
ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส-ซันเดอร์แลนด์ – “ทหารเสือราชินี” ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส จากลีกแชมเปียนชิพ เปิดสนามคิยาน พรินซ์ เฟาน์เดชัน สเตเดียม รับการมาเยือนของ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ จากลีก วัน
เส้นทางที่ผ่านมา ควีนส์ปาร์กเริ่มจากรอบแรก เสมอเลย์ตัน โอเรียนต์ 1-1 (ชนะจุดโทษ 5-3) ต่อด้วยรอบสอง ชนะออกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 2-0 และรอบสาม เสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2 (ชนะจุดโทษ 8-7)
ส่วนซันเดอร์แลนด์เริ่มจากรอบแรก ชนะพอร์ตเวล 2-1 ต่อด้วยรอบสอง ชนะแบล็กพูล 3-2 และรอบสาม ชนะวีแกน แอธเลติก 2-0
เช็กฟอร์ม 5 เกมหลังสุดไม่รวมรายการนี้ ควีนส์ปาร์กชนะเบอร์มิงแฮม ซิตี้ 2-0 (แชม เปียนชิพ : เหย้า), ชนะเปรสตัน นอร์ทเอนด์ 3-2 (แชมเปียนชิพ : เหย้า), แพ้ฟูแลม 1-4 (แชมเปียนชิพ : เยือน), ชนะแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส 1-0 (แชมเปียนชิพ : เหย้า), แพ้ปีเตอร์โบโรห์ ยูไนเต็ด 1-2 (แชมเปียนชิพ : เยือน)
ขณะที่ซันเดอร์แลนด์ชนะลินคอล์น ซิตี้ 2-1 (อีเอฟแอล โทรฟี่ : เยือน), ชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยู-21 2-1 (อีเอฟแอล โทรฟี่ : เหย้า), ชนะจิลลิงแฮม 2-1 (ลีก วัน : เยือน), ชนะครูว์ อเล็กซานดรา 4-0 (ลีก วัน : เยือน), แพ้ชาร์ลตัน แอธเลติก 0-1 (ลีก วัน : เหย้า)
ผลงานในถ้วยนี้ที่ผ่านมา ควีนส์ปาร์กเคยได้แชมป์ 1 สมัย ส่วนซันเดอร์แลนด์ยังไม่เคยได้แชมป์นี้ ทำดีที่สุดเพียงรองแชมป์ 2 หน ฤดูกาลก่อนต่างตกรอบแรกเหมือนกัน
คาดว่าเกมนี้ควีนส์ปาร์กจะจัดแผน 3-4-1-2 ติโมธี เดียง : โรเบิร์ต ดิกกี, จิมมี ดันน์, โยอันน์ บาร์กเบต์ : อัลเบิร์ต อโดมาห์, โดมินิก บอลล์, อังเดร ดอซเซลล์, แซม แม็กคัลลัม : อิเลียส แชร์ : ชาร์ลี ออสติน, คริสโตเฟอร์ วิลล็อก
ทางด้านซันเดอร์แลนด์คงวางระบบ 4-2-3-1 รอน-ธอร์เบน ฮอฟฟ์มันน์ : คาร์ล วินเชสเตอร์, เฟร เดริก อัลเวส, ไบลีย์ ไรต์, เดนนิส เซอร์กิน : ลุก โอเนียน, แดเนียล นีล : เลออน ดายากู, อเล็กซ์ พริตชาร์ด, ไอเดน โอไบรอัน : รอสส์ สจวร์ต
ทั้งคู่ต่างอยู่ในช่วงที่ทำผลงานได้ดี แต่ควีนส์ปาร์กผลงานในบ้านค่อนข้างไว้ใจได้ แถมซันเดอร์แลนด์ก็ไม่ใช่ว่าจะแกร่งอะไรมากมาย ยังเชื่อว่าเจ้าถิ่นคงเป็นฝ่ายเบียดคว้าชัย