ลอยกระทงเคว้งคนใช้จ่ายดิ่งสุดรอบ10ปี – หอการค้าไทยเผยผลสำรวจช่วงเทศกาลลอยกระทง คาด เงินสะพัด 9,147 ล้านบาทต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เพราะยังกลัว โควิด-19 ระบาด และไม่มั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึง ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงวันลอยกระทง และความคิดเห็นต่อการผ่อนคลายล็อกดาวน์การเปิดประเทศ ว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,240 ตัวอย่างระหว่างวันที่ 8-12 พ.ย.2564 พบว่าประชาชนมีการวางแผนไปลอยกระทง 51.6% เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ 42.7% มีผู้ไม่ลอย 31.1% ไม่แน่ใจ 12.7% และไปแต่ไม่ลอย 4.6% โดย คน กทม.และปริมณฑลวางแผนไปลอยกระทงสูงสุด 57.5% รอง ลงมา ภาคกลาง 55.8%
ส่วนการวางแผนการใช้จ่ายในวันลอยกระทงปีนี้ พบว่าส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เช่น เดินทางลดลง 2.71% ทานอาหารนอกบ้านลดลง 3.2% สังสรรค์ลดลง 3.17% ทำบุญลดลง 4.88% และยังพบมูลค่าการใช้จ่ายวันลอยกระทง ปีนี้อยู่ที่ 9,147 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี โดยปีที่ต่ำสุดคือ ปี 2554 ที่มีสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ ส่วนอัตราการขยายตัวของการใช้จ่ายปีนี้ติดลบที่ 3% ซึ่งเป็นตัวเลขอัตราการขยายตัวที่ต่ำที่สุด ในรอบ 5 ปี
สำหรับความกังวลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงวัน ลอยกระทง พบว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงมีความกังวลสูงสุดที่ 70.6% รองลงมาคือภาคกลาง 63.6% เป็นต้น
“เทศกาลลอยกระทงปีนี้เชื่อว่าบรรยากาศจะกลับมาคึกคักมากกว่าในปีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลมีการผ่อนคลายล็อก เปิดประเทศ และการฉีดวัคซีนกระจายตัวมากขึ้น ซึ่งจะให้บรรยากาศดูคึกคัก แต่การ จับจ่ายคงไม่คึกคัก เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจยัง ไม่ฟื้นตัว รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ยังจะออกมาเที่ยวในเทศกาลลอยกระทงแบบรักษาระยะห่าง ขณะที่การจับจ่ายมีการใช้จ่ายที่ประหยัดมากขึ้น”
นายธนวรรธน์กล่าวว่า จากผลสำรวจสะท้อนว่าคนมองเศรษฐกิจปัจจุบันไม่ดีนัก เป็นเรื่องที่รัฐต้องออกมาตรการกระตุ้นใช้จ่ายในช่วงส่งท้ายปีนี้ต่อเนื่องต้นปี 2565 เพื่อเป็นแรงส่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ขณะนี้ภาคเอกชนสนับสนุนให้รัฐบาลฟื้นโครงการช้อปดีมีคืน ในการลดหย่อนภาษีจากการใช้จ่าย จะเติมเงินสะพัดในเศรษฐกิจอีก 3-5 หมื่นล้านบาท รวมถึงเติมเงินอีก 1,500 บาทต่อคนในโครงการคนละครึ่ง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ซึ่งส่วนนี้จะเพิ่มเงินในระบบอีก 9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ประเมินว่าเศรษฐกิจปี 2564 จะขยายตัว 1.0-1.5% และปี 2565 ขยายตัว 4-5% บนปัจจัยรัฐออกมาตรการเพิ่มแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ ตรึงราคาน้ำมัน เร่งปล่อยซอฟต์โลนให้เอสเอ็มอี เร่งฉีดวัคซีนให้ครบ 100% ปรับเงื่อนไขการลงทุนจูงใจ