แนะหญิงไทยเช็กเสี่ยงมะเร็งเต้านม

17 พ.ย. 2564 - 14:36 น.

แนะหญิงไทยเช็กเสี่ยงมะเร็งเต้านม – ในงานเสวนาออนไลน์ “มะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน : Pink Alert – Check & Share Project 2021” เนื่องจากมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์ในผู้หญิงไทยสูงเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องมาหลายปี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โดยปัจจัยเสี่ยงประการหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งเต้านม ซึ่งหลายคนอาจนึกไม่ถึงคือ ภาวะโรคอ้วนน้ำหนักเกิน (ค่าดัชนีมวลกายเกิน 23) นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยาและพยาธิวิทยาแล้ว

ภายในงานยังมีแขกรับเชิญพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น คุณปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ นักแสดงสาวที่ผ่านประสบการณ์ดูแล คุณแม่แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร, คุณเมี่ยง-ทักษิณา รัตนศักดิ์ อดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และเจ้าของเพจ ‘แมวนมเดียว’ ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ตรงของการพบก้อนในเต้านมจากการตรวจแมมโมแกรม, ผู้เชี่ยวชาญด้านชุดชั้นในจาก “วาโก้” ที่มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีคลำเต้านมเพื่อคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นด้วยตนเองและวิธีเลือกชุดชั้นในเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วย

และปิดท้ายด้วย พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ที่มาให้ข้อคิดและมุมมองการรับมือกับมะเร็งด้วยสติ งานดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ผู้ดูแล และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจเข้าชมเป็นจำนวนมาก

จากงานเสวนาออนไลน์ ‘มะเร็งเต้านม รู้ไว หายทัน : Pink Alert – Check & Share Project 2021’ ที่สมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทยจัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ พร้อมอัพเดตสถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน

พล.ท.รศ.นพ.วิชัย วาสนสิริ นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย หัวหน้าศูนย์มะเร็งเต้านม ร.พ.จุฬาภรณ์และที่ปรึกษาหน่วยศัลยศาสตร์มะเร็ง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า แม้สาเหตุการเกิดมะเร็งเต้านมจะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญด้วยกันหลายประการ เช่น อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรือมีระยะเวลาที่ร่างกายสัมผัสกับฮอร์โมนเอสโตรเจนนาน เช่น เริ่มมีรอบเดือนก่อนอายุ 12 ปีและหมดประจำเดือนหลังอายุ 55 ปี, ไม่มีบุตร, มีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปี, ไม่ได้ให้นมบุตรด้วยตนเอง เป็นต้น

ส่วนผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นญาติสายตรง เช่น แม่ หรือพี่น้อง ความเสี่ยงที่จะพบมะเร็งเต้านมก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ความเสี่ยงยังอาจมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันสูงและเนื้อแดง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะน้ำหนักเกิน

สถิติชี้ว่าผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 23 มีแนวโน้มที่ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมจะเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับผู้หญิงน้ำหนักปกติ (ค่าดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 18.50-22.90) เนื่องจากระดับฮอร์โมน เอสโตรเจนก่อนวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิงน้ำหนักเกินอาจเร่งการ เจริญเติบโตของเซลล์ในเต้านม

ดังนั้น หากมีปัจจัยเสี่ยงตามที่กล่าวมาข้างต้น ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งหมั่นคลำเต้านมหรือตรวจแมม โมแกรม 1-2 ปีครั้ง เพราะมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่หากวินิจฉัยเจอตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะรอดชีวิตสูง

นพ.กรุณย์พงษ์ เอี่ยมเพ็ญแข พยาธิแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวเสริมถึงการตรวจหาก้อนเนื้อที่อาจกลายเป็นมะเร็งเต้านมว่า ขอย้ำว่าการตรวจเต้านมเป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เจอก้อนเร็ว และหากพบความผิดปกติก็อย่ากลัวหรือชะล่าใจว่าคงไม่ร้ายแรงอะไร แต่ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาให้ถูกต้องตามชนิดของโรค ก็จะได้ผลการรักษาดีที่สุด

ผศ.นพ.ไนยรัฐ ประสงค์สุข อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวถึงความก้าวหน้าด้านการรักษามะเร็งเต้านมว่า ทุกวันนี้ นวัตกรรมทางการแพทย์พัฒนาไปอย่างมาก รวมทั้งมียามุ่งเป้าชนิดใหม่ที่ผูกติดกับยาเคมีบำบัดด้วย ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยมีผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิดที่มียีน HER2 เป็นบวก การได้รับยามุ่งเป้าชนิดเดิมร่วมกับยาเคมีบำบัดมอบประสิทธิภาพการรักษาดีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยบางรายอาจมีเซลล์มะเร็งหลงเหลือหลังผ่าตัด หรือเกิดการกลับมาของโรค แพทย์จึงจำเป็นต้องปรับยา โดยยามุ่งเป้าชนิดใหม่ๆ นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกการรักษาที่มีส่วนทำให้อัตราการตอบสนองต่อการรักษาดีขึ้น มีอัตราการรอดชีวิตยาวนานขึ้น ผลการรักษาด้วยยามุ่งเป้าชนิดใหม่นี้ลดความเสี่ยงที่เซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ลดขนาดของก้อนมะเร็ง ลดโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำหลังการผ่าตัด ลดแนวโน้มการเกิดอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสการหายขาดของโรคมะเร็งเต้านมได้ในผู้ป่วย บางราย และอาจไม่ต้องสูญเสียเต้านมไป

ด้าน ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ นักแสดงสาว แขกรับเชิญพิเศษ ในฐานะผู้ดูแลคุณแม่ ‘แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร’ ที่จากไปด้วยโรคมะเร็ง กล่าวว่า “คุณแม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม ระยะที่ 3 ในวัย 50 กว่าปี เมื่อมองย้อนกลับไปรู้สึกว่าเข้ารับการรักษาช้า และคิดว่าถ้าหากคุณแม่ตรวจเจอเร็วกว่านี้ รวมถึงเริ่มต้นการรักษาอย่างทันท่วงที ก็น่าจะช่วยให้คุณแม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าได้”

ปันปัน-เต็มฟ้ากล่าวอีกว่า “เนื่องจากมีประวัติการเกิดมะเร็ง เต้านมของคุณแม่ปันปันจึงหมั่นตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งคอยเป็นกระบอกเสียงเพื่อกระตุ้นเตือนคนรอบตัวให้หมั่นคัดกรองความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมด้วยค่ะ เพราะตระหนักดีว่ายิ่งรู้เร็ว เริ่มรักษาไว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษาให้หายได้”

ขณะที่ คุณเมี่ยง-ทักษิณา รัตนศักดิ์ อดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและเจ้าของเพจ ‘แมวนมเดียว’ แขกรับเชิญพิเศษอีกท่าน กล่าวว่า “ไม่มีอาการอะไรมาก่อนเลย คลำก็ไม่มีก้อน แต่เมื่อปลายปี 2561 ได้ไปตรวจร่างกายประจำปีตามปกติ มีตรวจแมมโมแกรมด้วย พบลักษณะของหินปูนขนาดเล็กกระจุกตัวอยู่ตามท่อน้ำนม มองเห็นเหมือนรากไม้ แพทย์จึงแนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านมะเร็งเต้านม จากนั้นก็ได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่า หินปูนขนาดเล็กที่พบเป็นมะเร็งแน่นอน

ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย เมี่ยงจึงคิดว่าเราต้องพยายามอยู่กับปัจจุบันและเปลี่ยนความคิด โดยหันมาค้นหาเรื่องราวของผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่ต่อสู้และเอาชนะโรคมะเร็งเต้านมได้สำเร็จแทน และเราก็เจอ cancer survival ที่เข้มแข็งเยอะมาก ทำให้รู้สึกอุ่นใจ มีความหวังมากขึ้น และตระหนักได้ว่าการเป็นมะเร็ง ไม่ได้แปลว่าจะต้องเสียชีวิตเสมอไป หากตรวจพบความผิดปกติ ตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้ารับการรักษาโดยเร็ว ย่อมมีโอกาสสูงที่จะไม่ต้องสูญเสียเต้านมและรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ส่วนกรณีของเมี่ยงนั้นโชคดีที่เจอเร็ว แต่เซลล์มะเร็งกระจายตัวตามท่อน้ำนม จึงไม่มีขอบเขตหรือรูปทรงที่แน่ชัดจนไม่สามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้าได้”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์และสร้างความตระหนักต่อภัยของมะเร็งเต้านม สามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/PinkAlertProject รวมทั้งทำแบบทดสอบเพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านมเบื้องต้นด้วยตนเอง ได้ฟรีทาง https://herwill.wellcancer.com/

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ แนะหญิงไทยเช็กเสี่ยงมะเร็งเต้านม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง