วอนจีนหยุดบีบ‘โควิดเป็นศูนย์’ – เมื่อ 17 พ.ย. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ประเทศจีน ว่าการคงนโยบายควบคุมโควิดเป็นศูนย์ แม้พบผู้ติดเชื้อใหม่เพียงไม่กี่ราย ทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจเผชิญความลำบาก โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงการระบาดของเชื้อที่ดำเนินมาเกือบ 2 ปีแล้ว และช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้มีมากกว่า 40 เมืองต้องล็อกดาวน์อีก ทำให้ชีวิตของคน หลายล้านชะงัก งานแต่งถูกยกเลิก งานศพต้องจัดรวบรัด ส่วนโรงเรียนให้ปิดทำการ และ สายการบินต้องยกเลิกจนเกิดกรณีนักท่องเที่ยวตกค้างหลายพันคน

กรณีที่เมืองรุ่ยลี่ มณฑลยูนนาน เมืองติดพรมแดนเมียนมา ชาวบ้านราว 210,000 คน เผชิญการล็อกดาวน์ใหญ่มาแล้ว 3 ครั้ง พร้อมกับปิดเมืองตรวจหาเชื้อ ตอนนี้ธุรกิจของผู้คนหลายกิจการเข้าใกล้ล่มสลาย พ่อค้าแซ่หลินคนหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า พยายามยื้อธุรกิจอัญมณีมาจนถึงตอนนี้ ทั้งที่นักท่องเที่ยวและลูกค้าหนีหายไปหมดด้วยมาตรการควบคุมโควิด

ศาสตราจารย์กวน อี้ นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ที่ปรึกษาให้รัฐบาลจีน กล่าวว่าในระยะยาวไม่มีทางที่นโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” ของทางการจะใช้ได้ผลในแง่ของการขจัดโควิดให้หมดสิ้นไป เพราะเชื้อไวรัสโคโรนามีอยู่อย่างถาวรแล้ว แบบเดียวกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ จึงจะยังแพร่ระบาดในมนุษย์ต่อไปอีกนาน ขณะเดียวกันศ.กวนยังเรียกร้องให้ทางการเปลี่ยนวิธีตรวจโควิดจากการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรม มาเป็นการตรวจหาสารภูมิคุ้มกัน เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจประสิทธิผลของวัคซีนได้มากขึ้น

ด้านบีบีซีรายงานวิเคราะห์ว่า ทางการจีนยังไม่มีวี่แววจะปรับนโยบาย เพราะมีงานใหญ่เป็นเจ้าในปีหน้า เริ่มจากมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 เดือนก.พ. ที่มีเป้าหมายที่จะให้มีผู้ชมอยู่บนอัฒจันทร์ และการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เดือนต.ค. ที่จัดขึ้นทุก 5 ปี ซึ่งคาดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการดำรงตำแหน่งผู้นำเป็นสมัยที่ 3

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน